Cart รายการสินค้า (0)

ประโยชน์ของกระดาน 100 ช่อง พัฒนาสมองด้านคณิตศาสตร์

ประโยชน์ของกระดาน 100 ช่อง พัฒนาสมองด้านคณิตศาสตร์

ประโยชน์ของกระดาน 100 ช่อง พัฒนาสมองด้านคณิตศาสตร์ 

คุณพ่อคุณแม่มาลองอ่านกันนะคะ ว่าทำไมใครๆถึงเรียก กระดาน 100 ช่อง หรือ ตาราง 100 ช่อง ว่าเป็น กระดานวิเศษ


ตาราง 100 ช่อง มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น เป็นกระบวนการสอนที่คิดขึ้นโดย คุณครูฮิเดโอะ คาเงะยามะ ครูสอนคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนประถมยามางูจิ ตำบลอาวาโอะ จังหวัดเฮียวโงะ ซึ่งอยู่ในชนบทห่างไกลของญี่ปุ่น แต่โรงเรียนนี้กลับทำสถิติเด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จำนวนสูงมากโดยที่ครูแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากให้นักเรียนใช้เวลา 10-15 นาทีทำตาราง 100 ช่องก่อนเข้าเรียนทุกวัน ตั้งแต่ ป.1 ถึงมัธยม โดยเริ่มจากการสอนคูณ บวก ลบ แล้วจึงหาร (เหตุที่เริ่มจากการคูณก็เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ใช้ความคิดในช่วงสั้นๆ โดยเอาเวลาเป็นตัวกำหนด เพราะนอกจากจะช่วยสร้างสมาธิแล้ว ยังช่วยกระตุ้นสมองเด็กให้พร้อมเปิดรับเรื่องต่างๆก่อนเข้าเรียน เมื่อสมองได้รับการฝึกฝนทุกวัน เส้นใยประสาทก็จะแผ่กิ่งก้านสาขาเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ และถ้าสมองซีกซ้ายซึ่งเกี่ยวกับการเรียนคณิตศาสตร์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เด็กก็จะเรียนได้ดี)

เครื่องมือที่ใช้เป็นตัวช่วยในการกระตุ้นสมองซีกซ้ายมีหลายแบบด้วยกัน ถ้าเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ ก็เช่น หมากกระดาน (โกะ หมากรุก) เกม SUDOKU และ กระดาน 100 ช่อง (ซึ่งคุมองเลือกผลิตเป็นของเล่นยอดขายดีติดอันดับ)

การที่เราฝึกให้เด็กเล่นกระดาน 100 ช่องนั้น เป็นการทำให้สมองซีกซ้ายของเด็กทำงาน แต่การเล่นที่จะให้ได้ผลดีนั้น เราจะต้องฝึกให้เด็กวางเบี้ยตัวเลข 1-100 ด้วยการจับเวลาไปด้วยทุกครั้ง เพราะการจับเวลา..เป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้ายของเด็ก [วิธีนี้เป็นวิธีเดียวกับการสอนของคุมอง (Kumon ศูนย์พัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์) คุมองก็จะให้เด็กที่เพิ่งเริ่มเข้าเรียน นั่งเขียนเลขในตารางช่องๆโดยมีการจับเวลาไปด้วย ซึ่งนี่ก็คือหลักการที่มีจุดประสงค์เดียวกัน คือการกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการทางสมองของเด็ก]

แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องจำไว้เสมอนะคะว่า ในการฝึกเริ่มต้นเล่นกับลูกครั้งแรก เราต้องทำให้เด็กคิดว่า มันง่าย และเค้าทำได้ภายในเวลาที่กำหนดทุกครั้ง เพราะถ้าเค้าขาดความมั่นใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เล่น คงเป็นเรื่องยากที่เค้าจะรู้สึกสนุกสนานและสนใจที่จะเล่นต่อ จริงมั้ยคะ ยกตัวอย่างเช่น เราตั้งเวลาในการให้ลูกวางเบี้ย 1-100 ให้ได้ภายใน 5 นาที แต่ลูกทำไม่ได้ วันต่อมาเราจะลดจำนวนเบี้ยตัวเลขลง โดยให้ลูกวางเบี้ย 1-50 / 1-30 / 1-20 ให้ได้ภายใน 5 นาทีแทน เมื่อเค้าทำได้ในเวลาจนคล่องแล้วจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนตัวเลขทีละนิดจนถึง 100 ค่ะ 

(ตามหลักการของมอนเตสซอรี่ เชื่อว่า ช่วงปฐมวัย เป็นช่วงที่เด็กกำลังสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ซึ่งความรู้สึกนี้จะเป็นพื้นฐาน และส่งผลถึงอนาคตของเด็ก ดังนั้น หากเด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง มีความมั่นใจในตนเอง สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้ เด็กก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ในอนาคตค่ะ)

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะค้านในใจว่า ทำไมไม่ให้เด็กใช้ดินสอเขียนเลข 1-100 ลงกระดาษไปเลยล่ะ ทำไมต้องให้เด็กใช้เบี้ยแม่เหล็กติดบนกระดาน 100 ช่องแทนการเขียนด้วย คำตอบคือ เพราะเด็กเล็ก..กล้ามเนื้อมือเค้ายังไม่แข็งแรง เค้าจะเขียนเลขได้ไม่เร็ว ดังนั้น ข้อดีของการที่เราให้เค้าวางเป็นเบี้ยแทน จะทำให้เรารู้ว่าลูกของเรามีความสามารถในการนับมากน้อยแค่ไหนค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะเขียนเลข 1-100 ไม่เป็นนะคะ เพราะเด็กคุ้นเคยกับตัวเลขอยู่แล้วจากการนับปากเปล่าและมองเห็นตัวเลขบนกระดาน 100 ช่องทุกวัน ส่วนเรื่องการเขียนเราก็ต้องค่อยๆฝึกเมื่อเค้าเริ่มโตขึ้น มีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรงขึ้นค่ะ



เมื่อเด็กๆฝึกวางเบี้ยไปซักพัก ก็จะรู้สึกว่าตัวเลขเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เบี้ย 1-100 จะวางระเกะระกะไปหมด เด็กจะเริ่มหาวิธีว่าทำยังไงให้วางเบี้ยได้เร็วขึ้นให้ทำเวลาได้ดีขึ้น เค้าก็จะค้นพบการจัดเซ็ทค่ะ แยกเบี้ยเป็นพวกก่อนแล้วค่อยติดลงกระดาน (ทั้งนี้ทั้งนั้นพ่อแม่ไม่มีการบอกวิธีนะคะ พ่อแม่ทำได้คือชี้แนะแต่ไม่ต้องบอกค่ะ) จุดประสงค์ของการทำแบบนี้คือเรากำลังฝึกลูกให้เป็น self learner เราเป็นผู้สอนวิธีการแต่ลูกเป็นผู้ค้นพบ

(ตรงจุดนี้ แม่เมนี่เจอกับตัวเองเลยค่ะ เพราะเราสอนลูกว่าให้ดูจากตัวเลขแรกในแนวตั้งว่าเริ่มจากเลขอะไร เมื่อหาเจอแล้วก็ไล่ไปตามแนวนอนว่าตัวท้ายเป็นเลขอะไร หนูก็จะวางได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ถือเบี้ยหมุนวนหาว่าเลขนั้นอยู่ไหน เพราะมันจะตาลายไปหมด แรกๆเค้าทำตามค่ะ แต่ครั้งที่สามที่สี่ เค้าจับจุดเอง โดยการมองว่าเลขที่เค้าถืออยู่ลงท้ายด้วยอะไร นั่นคือเค้าเลือกที่จะหาจากแนวตั้งก่อน แล้วค่อยแนวนอน ซึ่งวิธีของเค้าก็ใช้ได้ค่ะ เพราะทำให้เค้าวางเบี้ยได้เร็วขึ้นเหมือนกัน)

หลังจากนั้น ถ้าเด็กได้ฝึกโดยใช้กระดาน 100 ช่องของคุมอง ในด้านมีตัวเลขกำกับจนคล่องแล้ว เราสามารถทดสอบความเข้าใจของลูกได้ โดยการฝึกให้ลูกวางเบี้ยในแบบที่เค้าไม่เห็นตัวเลขบ้าง คุณพ่อคุณแม่ลองกลับด้านกระดานอีกด้านหนึ่ง(กระดานคุมองด้านหลังจะเป็นตารางเปล่าๆ ไม่มีตัวเลขกำกับ) แล้วบอกให้เค้าวางตัวเลขต่างๆให้ตรงกับตำแหน่ง (ไม่ต้องเรียงจาก 1-100 ก็ได้) ถ้าเค้าวางถูก แปลว่าเค้าเข้าใจและจดจำตำแหน่งของตัวเลขทั้งหมดได้ค่ะ ^_^

เมื่อเด็กวาง 1-100 คล่อง เราก็จะเริ่มประยุกต์การใช้ตารางร้อยช่องของเราให้มีประโยชน์มากขึ้น ด้วยการสอนให้ลูกเรียนรู้จักเลขคู่ / เลขคี่ โดยการบอกลูกให้วางแต่เลขคู่ 2 4 6 8 10 .. (ผลที่ได้ออกมาจากการใช้กระดาน 100 ช่องของคุมองคือ เค้าจะเห็นว่าเลขคู่คือเบี้ยสีฟ้าทั้งหมด) จากนั้นให้เค้าวางแต่เลขคี่ 1 3 5 7 9 .. (ซึ่งเลขคี่จะออกมาเป็นเบี้ยสีชมพูทั้งหมด) แม่เมนี่สอนลูกว่า ให้ดูจากเลขแถวบนที่หนูวาง 2 4 6 8 10 และเลขต่างๆที่ลงท้ายด้วยห้าตัวนี้ เรียกว่าเลขคู่ ส่วนเลขที่ลงท้ายด้วย 1 3 5 7 9 คือเลขคี่ มีอยู่วันหนึ่ง..เมนี่กลับมาเล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจว่า วันนี้คุณครูถามว่าอะไรคือเลขคู่ อะไรคือเลขคี่ เมนี่ยกมือตอบได้เป็นคนแรกและคนเดียวในห้องเลยค่ะ ^_^ (ฟังแล้วน่าชื่นใจมั้ยคะ)

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถประยุกต์สอนเรื่องสูตรคูณได้อีกด้วยนะคะ แต่เด็กจะไม่รู้หรอกค่ะว่าเรากำลังสอนเรื่องสูตรคูณ ยกตัวอย่างเช่น การสอนสูตรคูณแม่ 3 เราก็จะบอกลูกว่า "วันนี้คุณแม่ใจดีให้หนูวางเว้นช่องเพิ่ม เว้น 2 ช่องเลยค่ะ (เลข 1 กับ 2 ไม่ต้องวาง) วางเลข 3 (แล้ว 4 กับ 5 ก็ไม่ต้องวาง) วางเลข 6 เลย .. นึกภาพตามนะคะ เลขที่ได้ออกมาคือ 3 6 9 12 15 18 21...ไปจนถึง 99 สิ่งที่ลูกจะได้เห็น (ในวันหนึ่งซึ่งไม่ใช่วันแรกที่ทำแน่ๆ) คือ เลขมันเรียงเป็นแนวทะแยง อันนี้คือลูกได้ pattern sense แล้วค่ะ ทำต่อเนื่องลูกจะรู้ทันทีว่าจะวางแม่ 4 รูปแบบตารางจะออกมาเป็นอย่างไร เค้าจะไวมาก จะสูตรคูณแม่อะไรเราก็เลือกเลยค่ะ ให้เค้าฝึกทำทุกวัน ลูกจะยิ่งชอบเลขสูงๆด้วยซ้ำเพราะวางเบี้ยน้อยตัวลง



ประโยชน์ของกระดาน 100 ช่อง ของคุมอง อีกอย่างก็คือ เราสามารถใช้เบี้ยด้านขาว/ดำ ในการฝึกเด็กให้เป็นคนช่างสังเกต และฝึกพัฒนาการทางด้านความละเอียดละออในการใช้ประสาทสัมผัสของกล้ามเนื้อมือให้ประสานสัมพันธ์กับประสาทสายตา โดยการให้ลูกเรียงเบี้ยสลับสีขาว-ดำ-ขาว-ดำ ไปเรื่อยๆจนเต็มกระดาน จากนั้น เปลี่ยนเป็น ดำดำ-ขาวขาว-ดำดำ-ขาวขาว หรือ พ่อแม่วางดำดำขาว-ดำดำขาวแล้วให้ลูกวางต่อว่าเบี้ยตัวต่อไปควรวางอย่างไร นี่ก็เป็นการฝึกความเข้าใจเรื่องความต่อเนื่อง ฝึกทักษะการสังเกต และการเชื่อมโยงได้อีกด้วยค่ะ 

จากนั้น เมื่อลูกโตขึ้นเราจะสนับสนุนให้ลูกเล่นหมากกระดาน เลือกได้เลยค่ะว่าจะให้เล่นอะไร มีทั้ง หมากฮอส หมากรุก หมากหนีบ SUDOKU โกะ หรือ หมากล้อม Othello (เพราะเบี้ยของคุมองอีกด้านเป็นสีขาว/ดำ เล่นกับกระดานด้านที่ไม่มีตัวเลข) เล่นหมากอะไรก็ได้ค่ะ ดีหมด เด็กที่ได้เล่นหมากกระดาน ซึ่งถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง จะมีผลพลอยได้ที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัด คือ เด็กจะมีสมาธิมากขึ้น รู้จักคิดอย่างรอบคอบ รู้จักแพ้รู้จักชนะ รู้จักเคารพกฏระเบียบและข้อบังคับ เราจึงมั่นใจได้ว่า โตขึ้นลูกจะไม่เป็นเด็กที่เก่งแต่วิชาเรียน แต่ลูกจะเป็นเด็กที่ได้เรียนรู้การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งจะส่งผลดีต่อไปในอนาคตของเค้าค่ะ

** แม่เมนี่เขียนโดยอ้างอิงบทความส่วนหนึ่งจากคุณพ่อคุณแม่ที่สอนลูกด้วยกระดาน 100 ช่อง และหนังสือหลายเล่ม แล้วนำมาเรียบเรียงเพิ่มเติมโดยใช้ประสบการณ์ส่วนตัวที่เล่นกับลูกค่ะ **
** อ้างอิงบางส่วนจากหนังสือ "คณิตศาสตร์เรื่องง่ายๆ สอนได้ก่อนอนุบาล" ของ พ่อธีร์-แม่ภุชงค์ **
** อ้างอิงบางส่วนจากหนังสือ "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" โดย มาซารุ อิบุกะ **

**** ต้องขอขอบคุณเจ้าของบทความดีๆมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ****

view