Cart รายการสินค้า (0)

ขวดน้ำดื่มพลาสติก อันตรายใกล้ตัว

ขวดน้ำดื่มพลาสติก อันตรายใกล้ตัว

ขวด น้ำพลาสติกมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราทุกคน เห็นได้จากการดื่มน้ำจากขวดพลาสติก หรือการนำขวดน้ำอัดลม หรือขวดน้ำเปล่าที่ทำจากพลาสติกมากรอกน้ำแช่ตู้เย็นเอาไว้ดื่มกิน แต่รู้หรือไม่ว่า ขวดน้ำดื่มพลาสติกอันตรายกว่าที่คุณคิดหากใช้ไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะสารก่อมะเร็งจากขวดพลาสติกที่อาจสะสมในร่างกาย และเกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว


ขวดน้ำพลาสติกใช้ซ้ำ ๆ เสี่ยงมะเร็ง?

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า ขวด น้ำพลาสติกใช้แล้วใช้อีก อันตรายจริง โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติกแบบโพลีคาร์บอเนต เมื่อโดนเย็นจัดหรือร้อนจี๋ หรือการขบกัดขูดขีดกระแทก จะทำให้มีสารก่อมะเร็งกลุ่ม BPA (Bis-phenol A) ซึ่งเป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติกออกมา ซึ่งจากงานวิจัยของฮาร์วาร์ดพบว่าเพียง 3-4 ส่วนในล้านส่วน ก็ก่อมะเร็งในหนูทดลองได้ ที่ซุปเปอร์มาร์เกตในแคนาดาจึงออกกฎเตือนว่า เจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องปิดฉลากเตือนไว้และถ้าเป็นเครื่องบริโภคบางอย่างถึง ขนาดห้ามใช้พลาสติกเลย

แต่ที่ บ้านเรายังไม่ตื่นเต้นก็เพราะว่า ยังเป็นผลการวิจัยว่า เกิดมะเร็งในระดับสัตว์ทดลอง และมีปริมาณสารพิษไม่มาก แต่อย่าลืมว่าถ้าเลี่ยงๆ ไว้ก่อนได้ก็จะดีกว่ารออีก 10 ปี มีงานวิจัยออกมาบอกว่าคนก็เป็นมะเร็งได้ซึ่งไม่มีประโยชน์เสียแล้ว

และอีกข้อที่สำคัญคือ ถึงแม้มี BPA ปริมาณน้อยจากขวดพลาสติก แต่อย่าลืมว่าวันหนึ่งเราดื่มน้ำจากขวดพลาสติกกันหลายรอบทีเดียว เวลาเบรกจากประชุมหรือสัมมนาแต่ละทีก็ดื่มกันอึกอัก ไปแวะกินข้าว ก่อนกลับบ้านก็ดื่มอีกขวดหนึ่ง วันหนึ่ง 3-4 รอบบ่อยๆ เข้าก็มี BPA สะสมได้

เก็บในที่เหมาะสมปลอดภัยต่อสุขภาพ

น้ำดื่มในขวดพลาสติก มีข้อดีคือ
หาซื้อได้ง่าย พกพาสะดวก แต่ถ้าคุณเก็บไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม ก็สามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ไม่น้อยเลย

โดยเฉพาะเมื่อขวดน้ำพลาสติก ถูกแสงแดด หรือความร้อนเป็นเวลานาน จะทำให้สารเคมีบนขวดพลาสติกสลายตัว และละลายปนในน้ำดื่ม

หากวาง น้ำดื่มไว้ใกล้สารเคมี หรือวัตถุอันตราย หรือผงซักฟอก น้ำในขวดพลาสติกอาจจะดูดกลิ่นสารเคมีเข้าไปได้ ทำให้มีกลิ่นไม่ชวนดื่ม และมีโอกาสที่สารนั้นอาจปนเปื้อนสู่น้ำดื่ม ซึ่งเราก็จะได้รับสารเคมีนั้นไปด้วย

ส่วน น้ำดื่มบรรจุถัง 20 ลิตร ก็ไม่ควรมีรอยแตกร้าว เพราะภาชนะพลาสติกเมื่อมีรอยแตกร้าว ขีดข่วนภายใน จะทำให้สิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคสะสมตัวปนเปื้อนในน้ำดื่มได้ และหากตัวถังมีสีฟ้าทึบ หรือเหลือง ก็อาจเป็นถังน้ำที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล แล้วใส่สีกลบเกลื่อน รวมทั้งหากถังมีลักษณะเป็นซอกมุม มีคอขวด หรือหูหิ้ว ซึ่งเป็นลักษณะที่ยากแก่การล้างทำความสะอาด ก็อาจทำให้น้ำที่บรรจุไม่สะอาด

ใช้แบบไหนเสี่ยงตายเร็ว

1.ขวดพลาสติกหรือแก้วพลาสติกเอามาใช้แล้วใช้อีก
2.ขวดพลาสติกที่กระทบกระแทกขูดขีดไปมาจากการทิ้งไว้ในรถยนต์
3.ขวดพลาสติกที่โดนความเย็นจัดต่ำกว่าศูนย์หรือร้อนจัดมาก เช่น ใส่น้ำต้มกาแฟ หรือใส่เข้าไปในไมโครเวฟ
4.กล่องโฟมพลาสติกและพลาสติกใส (Wrapper) ห่ออาหารเข้าไมโครเวฟก็ต้องระวัง
5.ขวดนมเด็กพลาสติก เพราะมีโอกาสที่สารนี้หลุดปนออกมาจากการที่เด็กอมขบกัดพลาสติก
6.ของเล่นตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาพลาสติกราคาถูกและเครื่องใช้พลาสติกตามตลาดนัดมักทำจากพลาสติกรีไซ เคิลคุณภาพต่ำ ทำให้ต้องเติมสารพิเศษให้พลาสติกเสถียรซึ่งสารนี้ก่อมะเร็งได้
7.อาหารที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง เช่น ในนมวัวที่มาจากวัวกินหญ้าปนเปื้อนยาฆ่าแมลง จะมีสารซีโนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนมรณะ ทำให้เด็กสาวโตวัยมีนมแตกพานได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 3 ขวบ 

 


ใช้แบบไหนปลอดภัยกับสุขภาพ

1.ใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก
2.ใช้จานชามกระเบื้องหรือหม้อกระเบื้องเคลือบแทน
3.รณรงค์ให้ใช้วัสดุอินทรีย์แทนพลาสติก เช่น ใบตอง ห่อผัดไทยใช้เชือกกล้วยผูกหิ้ว
4.ขวดน้ำพลาสติกอย่าทิ้งไว้ในรถหรืออย่านำกลับมาใช้ใหม่
5.อย่าใช้ความร้อนสูง หรือใช้ความเย็นจัดกับภาชนะพลาสติก เช่น เอาไปใส่ในไมโครเวฟหรือใส่ไว้ในช่องแช่แข็ง
6.อย่าให้ภาชนะ กระทบกระแทก หรือขูดขีดมาก ระวังไม่ให้เด็กอมขวดหรือกัดพลาสติกเล่น
7.ในแต่ละวันจำกัดการดื่มน้ำจากขวดพลาสติกไว้ไม่ให้มากเกินไป ไม่ใช่ประชุมกัน 4 รอบ ก็กินเบรกแกล้มกับดื่มน้ำขวดพลาสติกทุกครั้ง อาจใช้แก้วกาแฟรองน้ำเปล่าดื่มบ้างก็ได้

อย่าง ไรก็ตามสำหรับขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ทำมาจากพลาสติกโพลิเอทีลีน เทอเรพทาเลท หรือ PET ที่มีความปลอดภัยสูงความโปร่งใสแข็งแรงทนทาน เหนียว ไม่แตกง่าย แต่เพื่อความปลอดภัย ก็ไม่ควรที่จะนำมาใช้ซ้ำ ๆ นาน ๆ ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเช่นกัน


ทั้งนี้อย่าได้ตื่นตระหนกจนห้ามใช้พลาสติก เพียงแต่ให้ตระหนักไว้ก่อน และพยายามลดการใช้ไว้ก่อนจะดีกว่า

อ้างอิง http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=singlenurse&month=19-07-2013&group=18&gblog=52

view