Cart รายการสินค้า (0)

เทคนิคสอนลูกให้รู้จักแบ่งปัน

เทคนิคสอนลูกให้รู้จักแบ่งปัน
เทคนิคสอนลูกให้รู้จักแบ่งปัน

เคย ได้ยินเรื่องนัสรูดินไหมคะ นัสรูดินเป็นคนเจ้าปัญญา ใครมีปัญหาก็มักจะมาขอคำแนะนำจากเขาเสมอ และด้วยความเป็นคนช่างคิด เขาจึงมองทะลุความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นๆ ทำให้คิดหาทางออกได้สำเร็จอยู่เนืองๆ มีเรื่องตลกกึ่งเสียดสีเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนของนัสรูดินคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่ไม่เคยแบ่งปันสิ่งของให้ใครเลย

เคย ได้ยินเรื่องนัสรูดินไหมคะ นัสรูดินเป็นคนเจ้าปัญญา ใครมีปัญหาก็มักจะมาขอคำแนะนำจากเขาเสมอ และด้วยความเป็นคนช่างคิด เขาจึงมองทะลุความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นๆ ทำให้คิดหาทางออกได้สำเร็จอยู่เนืองๆ มีเรื่องตลกกึ่งเสียดสีเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนของนัสรูดินคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่ไม่เคยแบ่งปันสิ่งของให้ใครเลย ได้แต่แบมือรับท่าเดียว นิสัยข้อนี้เป็นที่เลื่องลือและเพื่อนในกลุ่มทุกคนก็ล่วงรู้ วันหนึ่งนัสรูดินไปเดินเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆ แต่เดินกันอีท่าไหนไม่รู้ เพื่อนที่เห็นแก่ได้คนนี้ก็พลัดตกลงไปในสระน้ำ โชคร้ายที่เขาว่ายน้ำไม่เป็น ได้แต่ตะเกียกตะกายจะจมมิจมแหล่ เพื่อนในกลุ่มก็พากันตกใจ ต่างพยายามยื่นมือไปช่วยพลางตะโกนว่า “ส่งมือมา” แต่เพื่อนที่กำลังจะจมน้ำกลับไม่ยอมเอื้อมมือมาให้จับ นัสรูดินเห็นดังนั้น ก็ยื่นมือออกไปแล้วพูดว่า “เอามือของฉันไป” ปรากฏว่า เพื่อนคนนั้นรีบคว้ามือนัสรูดินไว้แน่น นัสรูดินก็ช่วยลากเพื่อนขึ้นมาบนฝั่งได้ หลังจากนั้น นัสรูดินก็บอกกับเพื่อนๆ ว่า นิสัยของเพื่อนคนนี้ไม่เคยให้อะไรใคร ถ้าบอกให้เขาส่งมือมา เขาไม่มีวันยื่นมือมาให้หรอก ต้องบอกว่าเอามือของฉันไป เรียกว่าเห็นแก่ได้จนวินาทีสุดท้ายจริงๆ ถึงตายก็ยอม !

ในชีวิตจริง ใครที่มีนิสัยชอบรับท่าเดียว คงจะหาเพื่อนได้ยาก และคงจะโดดเดี่ยวน่าดู

ดัง นั้น ถ้าอยากให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีมิตรสามารถคบหากันได้ยาวนาน ก็ต้องสอนให้เขารู้จักแบ่งปันค่ะ เริ่มตั้งแต่เด็กๆ เลย ให้เขารู้จักแบ่งปันของเล่น ของกินให้เด็กอื่นๆ บ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรบอกให้ลูกรู้ว่า การไม่เป็นคนเห็นแก่ตัวไม่ได้หมายความว่า เขาจะต้องแบ่งของทุกอย่างให้คนอื่นตลอดเวลา บางครั้งเขาไม่มีอารมณ์จะแบ่งปันอะไรให้ใครก็ไม่เป็นไร เช่น ถ้าเขามีขนมแค่ชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียว เขาก็เก็บเอาไว้ทานเองได้ ไม่ผิดตรงไหน เพียงแต่เขาอาจจะซ่อนขนมเอาไว้ก่อน ถ้าไม่มีพอที่จะแบ่งปันก็อย่าเอาออกมาโชว์ให้เพื่อนๆ เห็น เดี๋ยวเพื่อนจะมองตาละห้อยน้ำลายหกเสียเปล่าๆ

หรือ ถ้าเป็นของที่เขาโปรดปราน เป็นสิ่งพิเศษสำหรับเขา เขาก็มีสิทธิที่จะไม่แบ่งปันได้ คุณอาจจะแนะนำลูกให้พูดกับเพื่อนตรงๆ ว่า “หุ่นยนต์ตัวนี้เรารักมาก ขอเราเล่นก่อนนะ เธอเอารถไฟไปเล่นแทนก่อนได้ไหม” การปลูกฝังให้เด็กรู้จักเสียสละเป็นเรื่องที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ควรเริ่มจากการแบ่งปันของที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือเสียก่อน ให้เขารู้สึกดีกับการแบ่งปัน ไม่ต้องฝืนใจมากนัก ในระยะแรกเด็กจะทำเพราะได้รับการเสริมแรง เช่น คำชมจากผู้ใหญ่ ได้รับการแบ่งปันจากเพื่อนเป็นการตอบแทน แต่นานไปเด็กจะทำด้วยความเคยชิน อยากจะแบ่งปันเพราะทำแล้วมีความรู้สึกที่ดีเกิดขึ้นกับเขา เกิดความรู้สึกสนุกกับการมีเพื่อนเล่น ไม่เหงาไม่โดดเดี่ยว

สำหรับเพื่อนที่ไม่รักษาของ เคยแบ่งของเล่นให้เล่นแล้วทิ้งขว้าง ทำพัง ลูกก็มีสิทธิที่จะไม่นำของของเขามาแบ่งให้เพื่อนคนนั้นเล่นได้

คุณ พ่อคุณแม่อย่าลืมสอนลูกให้รู้จักหลักในการแบ่งปันที่ดีด้วยนะคะ เช่น เขาควรแบ่งของให้เท่าๆ กัน สมมติมีขนมเค้กสักก้อน มีเพื่อนห้าคน ก็พยายามแบ่งเค้กให้ได้ขนาดเท่าๆ กัน จะให้คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูช่วยแบ่งให้ก็ได้ และแม้จะเป็นขนมของหนู เขาก็ควรให้เพื่อนๆ เลือกก่อน “เธอเลือกชิ้นที่เธออยากได้ไปสิ” หรือถ้าเป็นการเล่นก็ต้องเวียนกันไป ให้แต่ละคนได้เล่นในช่วงเวลาที่เท่าๆ กัน อาจหานาฬิกาจับเวลา หรือกำหนดรอบการเล่น อย่าลืมให้ทุกคนมีส่วนในการตั้งกติกาการเล่นด้วยค่ะ และถ้าของเล่นนั้นมีกลไกที่ซับซ้อน หนูควรแสดงให้เพื่อนๆ เห็นว่าจะเล่นยังไง ทำให้เพื่อนดูว่าจะเล่นอย่างทนุถนอมอย่างไร “แป๋มจะเล่นเกมกดของเราก็ได้นะ แต่เราจะเล่นให้ดูก่อนว่าเล่นยังไง แต่เธอต้องสัญญาว่าจะไม่เอาออกไปเล่นนอกบ้าน” เป็นการช่วยให้เพื่อนๆ รู้จักรักษาของของหนูด้วย ไม่ยังงั้นเพื่อนอาจทำของเล่นพัง หนูก็จะเสียอารมณ์เปล่าๆ เสียทั้งของเสียทั้งอารมณ์นี่จะเป็นการทรมานใจเด็กๆ ไม่น้อย

คุณ พ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกๆ ว่า ถ้าเขาเจอคนที่นึกถึงแต่ตัวเอง ไม่เคยนึกถึงคนอื่นๆ เลย เช่น คนที่ไม่เคยแบ่งขนมหรือของกินให้ใครเลย คนที่หวงของเล่น พอใครขอเล่นด้วยก็จะปฏิเสธทันที ถ้าหนูเจอคนแบบนี้หนูจะรู้สึกอย่างไร น้องน้ำค้างเคยให้คำตอบคุณแม่ว่า ”หนูไม่อยากเล่นด้วย” เด็กหลายคนบอกว่า อยากไปให้ไกลๆ อยากอยู่ห่างๆ ไม่อยากยุ่งด้วย หรือไปขอเล่นแล้วถูกปฏิเสธ ก็จะทำให้ไม่อยากเข้าไปขอเล่นอีกต่อไป ในช่วงที่ถูกปฏิเสธ หนูๆ ก็จะรู้สึกโกรธและคับข้องใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถสะท้อนกลับให้ลูกตระหนักรู้ได้ว่า ถ้าเขานึกถึงแต่ตัวเองและไม่นึกถึงคนอื่นเลย เพื่อนๆ ก็จะรู้สึกกับหนูแบบนี้เช่นเดียวกัน ถ้าหนูไม่อยากให้ใครแสดงความไม่มีน้ำใจกับหนู หนูก็อย่าใจร้ายกับคนอื่นๆ หรือคุณพ่อคุณแม่อาจหานิทานทำนองนี้มาเล่าให้ลูกฟังบ่อยๆ ก็ได้ค่ะ

บาง ครอบครัวทำกล่องความดีตั้งไว้บนโต๊ะ วันไหนลูกแบ่งปันของให้น้องให้พี่ให้เพื่อนก็จะเขียนความดีที่ได้ทำลงบน กระดาษสีทองแล้วหย่อนใส่กล่อง ทำได้ถึงสิบครั้ง คุณพ่อคุณแม่ก็จะให้ “ดอกเบี้ย” ความดีแก่ลูก เช่น ซื้อไอศกรีมให้ทาน เมื่อสิ้นปีใครสะสมได้มากก็จะได้ “ดอกเบี้ย” มากเป็นพิเศษ และหากลูกๆ ทุกคนสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ช่วยกันกำหนดไว้ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะพาไปเที่ยวทะเล หรือพาไปเที่ยวสวนสนุก เป็นต้น

ความ ไม่เห็นแก่ตัวเป็นหลักปฏิบัติที่ทำให้คนเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สังคมเราก็จะอบอุ่นเพราะมีการเอื้ออาทรต่อกัน แต่ก็ต้องปลูกฝังแต่เด็กๆ มิเช่นนั้นจะกลายเป็น “ไม้แก่ดัดยาก” หรือแก่เกินจะดัดได้ค่ะ
อ้างอิง : http://www.clinicdek.com/index.php
view