Cart รายการสินค้า (0)

อุตสาหกรรมผลิตของเด็กเล่น

อุตสาหกรรมผลิตของเด็กเล่น

อุตสาหกรรมผลิตของเด็กเล่น

ของเด็กเล่นในทางการค้าอาจแบ่งได้ตามวัสดุที่ใช้ทำแตกต่างกันออกไป เช่น ของเล่นที่ทำด้วยไม้ ที่ทำด้วยผ้า ปลาสติก และของเล่นที่ทำด้วยโลหะ (metal toys) รวมทั้งชนิดที่มีเครื่องยนต์ โดยอาศัยพลังขับเคลื่อนด้วยสปริง (powered by springs) และชนิดที่ใช้ไฟฟ้า โดยอาศัยแบตเตอรี่ เป็นพลังขับเคลื่อน เช่น รถยนต์ขนาดเล็กสำหรับเด็ก และยานพาหนะเด็กเล่นอื่นๆ

ลู่ทางในการส่งออกสำหรับของเด็กเล่น และตุ๊กตาของไทยยังมีอีกมาก ดังจะเห็นได้จากผู้นำเข้าที่สำคัญๆ เช่น สหรัฐอเมริกา มีการนำเข้าของเด็กเล่นปลาสติก และของเด็กเล่นที่ทำด้วยยางเพิ่มมากขึ้น โดยมีฮ่องกงเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญที่สุด ซึ่งสหรัฐเป็นผู้สั่งของเด็กเล่นเข้ามาถึง 50% นอกจากนั้นผู้ส่งออกที่สำคัญรองลงมาได้แก่ประเทศต่างๆ ในเอเซียแปซิฟิคอื่นๆ เช่น เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้น

สำหรับประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน มีการนำเข้าของเด็กเล่นและตุ๊กตาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำตุ๊กตาผ้าเข้ามา โดยมีไต้หวันเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สำคัญที่สุดของเด็กเล่นที่ทำจากผ้านี้ นอกจากไต้หวันแล้วยังมีประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อีกราย หนึ่ง แต่สำหรับของเล่นปลาสติกนั้นฮ่องกงเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด

ประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษก็มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันของเล่นสำหรับเด็ก (toys) และของเล่นแบบจำลองเหมือนของจริง (working models) ผู้ส่งออกที่สำคัญได้แก่ ฮ่องกงและอิตาลี

นอกจากข้อได้เปรียบในด้านแรงงานแล้ว ประเทศไทยเรายังมีแหล่งวัตถุดิบที่เพียงพอและพร้อมมูลที่จะใช้ผลิตของเด็ก เล่น เช่น ฝ้าย ไม้ โพลีเอธีลีนสปริงมอเตอร์ และอื่นๆ รวมทั้งไม้ ที่สามารถทำให้ขึ้นเป็นลายสวยงามที่ต่างไปจากของประเทศอื่น ตลอดจนโอกาสที่จะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าเกี่ยวกับอัตราภาษีการนำเข้าตาม ระบบ GSP จากสหรัฐอเมริกา ที่ให้แก่ผู้ส่งออก รายย่อยหรือจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจประชาคมยุโรป (EEC) ที่ให้สิทธิพิเศษกับสินค้าหัตถกรรม เป็นต้น และที่สำคัญก็คืออุตสาหกรรมของเด็กเล่นและตุ๊กตาเพื่อส่งออกของไทยเรามีแต่ เพียงกิจการขนาดเล็กซึ่งมีงานล้นมือ จึงเป็นเครื่องชี้แสดงให้เห็นว่า ลู่ทางในการผลิตอุตสาหกรรม ประเภทนี้เพื่อส่งออกยังคงมีอนาคตที่แจ่มใสอยู่

ตลาดต่างประเทศ

ตลาดสำหรับของเด็กเล่นนั้นอาจจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท ที่สำคัญ คือ ตลาดส่วนรวมโดยทั่วไป (mass market) และตลาดเฉพาะสำหรับของเด็กเล่นที่มีราคาแพง (high priced markets) ซึ่งความแตกต่างนั้นนอกจากราคาแล้วยังขึ้นอยู่กับชนิดของของเด็กเล่น และการออกแบบที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

ของเด็กเล่นนั้นผลิตขึ้นโดยโรงงานเล็กๆ เป็นจำนวนมากในประเทศไทย โดยมีตลาดที่เป็นของตนเองจากประสบการณ์การค้าขายที่ติดต่อกันมานาน หรือโดยการติดตามผ่านทางผู้ร่วมทุนในต่างประเทศ (Overseas partners) ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่สามารถประมาณการกำลังการผลิตทั้งหมดได้ และโรงงานขนาดเล็กเหล่านี้บางโรงงาน เช่น บางกอกดอลก็มีงานหัตถกรรมที่ล้นมือ (outgrowths of handicraft operations)

ความต้องการของเด็กเล่นนี้มีเพิ่มมากขึ้นพอประมาณ โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่สำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ตลาดของผลิตภัณฑ์ของเด็กเล่นนั้นอาจจำแนกออกได้ตามอายุ หรือตามความเหมาะสมของสินค้าแต่ละประเภท แต่ละชนิดและตามอำนาจซื้อ (Purchasing power) ของแต่ละคนแต่ละประเทศด้วย เช่นของเด็กเล่นที่ทำด้วยไม้ เด็กอายุ 1-6 ขวบ มักจะซื้อกันมาก แม้ว่าอัตราการเกิดและจำนวนเด็กในสหรัฐจะลดลง แต่ความต้องการและอำนาจซื้อที่มีมากขึ้นอาจเป็นสิ่งชดเชยกับจำนวนเด็กที่ลด ลง ทำให้การซื้อขายของเล่นที่ทำด้วยไม้ในสหรัฐ ยังคงมีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมได้

ของเล่นที่ทำด้วยไม้คาดว่าปัจจุบันมีประมาณ 5% ของการค้าของเด็กเล่นทั้งหมดทั่วโลก ในรอบปี 1960-1969 แต่เนื่องจากของเด็กเล่นที่ทำด้วยปลาสติกเริ่มเข้ามาแทนที่จึงทำให้ความ ต้องการของเด็กเล่นซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในตอนแรกเริ่มลดลง แต่จากการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ ปลาสติกซึ่งทำมาจากน้ำมัน ทำให้ส่วนของตลาด (market share) สำหรับของเล่นที่ทำด้วยไม้ กลับเพิ่มขึ้นอีกตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา

ผู้นำเข้าที่สำคัญสำหรับของเด็กเล่นนั้นได้แก่ สหรัฐอเมริกา มีการนำของเด็กเล่นปลาสติก และของเด็กเล่นที่ทำด้วยยางเข้ามามากที่สุด ถึง 50% โดยมีฮ่องกงเป็นแหล่งส่งออกที่สำคัญที่สุด นอกจากนั้นผู้นำเข้าที่สำคัญรายอื่นๆ ก็ได้แก่ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันซึ่งนำของเด็กเล่นและตุ๊กตาเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตุ๊กตาที่ทำจากผ้าซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าสูงสุด โดยมีไต้หวันเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด สำหรับสหราชอาณาจักรอังกฤษมีการนำของเล่นประเภทของเด็กเล่น (toys)และแบบจำลองเหมือนของจริง (working models) เข้ามามีมูลค่ามากที่สุด โดยมีฮ่องกงและอิตาลีเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญที่สุด สำหรับประเทศญี่ปุ่นมีการนำตุ๊กตาเข้ามาคิดเป็นมูลค่าสูงสุด โดยมีเกาหลี ฮ่องกงและไต้หวันเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญที่สุด

อุตสาหกรรมผลิตของเด็กเล่นในปัจจุบัน

วัตถุดิบ (raw materials) ที่ต้องการสำหรับการผลิตของเด็กเล่นเช่น ผ้ายาง หนังสัตว์ (animal skins) ปลาสติกแท่งหรือแผ่นโลหะที่มีขนาดน้ำหนัก หนักเบาต่างๆ กัน และไม้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในประเทศไทยโดยพร้อมมูลแล้ว เช่น ฝ้าย ไม้ หรือ โพลีเอธีลีน (Polyethylene) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตของเด็กเล่นก็สามารถหาได้จากบริษัทแป ซิฟิคปลาสติก (ประเทศ ไทย) จำกัด มอเตอร์ที่ใช้สปริง (spring powered motors) ก็สามารถผลิตได้ในประเทศไทย แต่มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กบางชนิดยังคงต้องนำเข้ามาจากฮ่องกง หรือสีที่ไม่เป็นพิษตามกฎระเบียบว่าด้วยความปลอดภัยของสหรัฐก็ต้องนำเข้ามา เช่นกัน ประเทศไทยน่าที่จะส่งของเด็กเล่นที่ทำด้วยไม้นี้ไปแข่งขันยังตลาดต่างประเทศ เพราะเรามีไม้ที่น่าสนใจแตกต่างออกไป สามารถทำให้เป็นลายเงางามโดยใช้นํ้ามันวานิช หรือขี้ผึ้งได้

เทคนิคที่ใช้ในการผลิต โรงงานของเด็กเล่นที่มีในขณะนี้ส่วนมากมักใช้เครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติ เช่นเครื่องเจาะ (milling machines) เครื่องกลึง (lathes) เครื่องขัด (polishing machines) และอื่นๆ แม้ว่าในการผลิตตุ๊กตาและสินค้าหัตถกรรมในตอนต้นจะต้องใช้แรงงานคนก็ตาม ตราบเท่าที่ค่าแรงในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำหรือตํ่ากว่าของคู่แข่งขัน วิธีการนี้ก็ยังคงเหมาะสมใช้ได้อยู่

การส่งออกของไทย

สำหรับตลาดส่งออกของไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน มักจะแตกต่างกันออกไปตามประเภท ชนิด ของของเด็กเล่นแต่ละหมวดหมู่ เช่น ของเด็กเล่นที่ใช้ล้อ (wheeled toys) นั้นส่วนมากเรามักจะส่งออกขายให้กับตลาดในสิงคโปร์ และอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับตุ๊กตา (doll) ส่วนมากเรามักจะขายให้กับอิตาลี ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น หรือตลาดสำหรับกลุ่มประเภทของเด็กเล่นอื่นๆ ก็ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ดังนี้เป็นต้น แม้ว่าสหรัฐและญี่ปุ่นจะซื้อในจำนวนที่น้อยมากเมื่อคิดเทียบกับเปอร์เซ็นต์ ที่ส่งออกทั้งหมดก็ตาม แต่ราคาถัวเฉลี่ยสำหรับของเด็กเล่นที่ส่งไปประเทศดังกล่าวเหล่านี้ก็มีราคา สูงกว่าราคาถัวเฉลี่ยสำหรับของเด็กเล่นที่ส่งออกทั้งหมด

อย่างไรก็ตามการส่งออกของเรายังมีแต่เพียงจำนวนน้อย และไม่เป็นไปอย่างสมํ่าเสมอกับตลาดในต่างประเทศทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึง ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบ การบรรจุหีบห่อ กฎระเบียบ ข้อห้ามว่าด้วยความปลอดภัยของประเทศนั้นๆ เพื่อที่เราจะได้สามารถผลิตและพัฒนาของเด็กเล่นให้ตรงตามความต้องการ เหมาะสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วได้ การแก้ปัญหาสำหรับเรื่องดังกล่าวนี้อาจทำได้โดยการชักนำให้ชาวต่างประเทศ เข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทภายในประเทศของเรา

ที่มา:สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

view