Cart รายการสินค้า (0)

เลือกของเล่นให้เด็กพิเศษ

เลือกของเล่นให้เด็กพิเศษ

 เลือกของเล่นให้เด็กพิเศษ

ชื่อว่าของเล่นแล้วก็ต้องคู่กับเด็ก ไม่ว่าเด็กปกติทั่วไป หรือเด็กพิเศษ ก็ล้วนแต่ต้องการเล่น และของเล่นควบคู่กันไป จึงขึ้นอยู่กับพ่อแม่ว่าจะเลือกวิธีการเล่น และของเล่นอย่างไร ให้เหมาะกับเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กพิเศษที่อาจจะมีข้อจำกัดในบ้างด้านทำให้ไม่สามารถเล่น ได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
Highlight Preschool ฉบับนี้ จึงมีคำแนะนำดีๆ ในการเลือกของเล่น และวิธีการเล่นสำหรับเด็กพิเศษ

พญ.เกศินี โอวาสิทธิ์ กล่าวถึงความสำคัญของการเล่น
“การเล่นเป็นหน้าที่ของเด็กเหมือนผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานทุกวัน การเล่นมีประโยชน์มากกว่าให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับเด็ก แต่ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ เช่น ประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว ภาษา การคิด จินตนาการ อารมณ์และสังคม นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับคนที่เด็กเล่นด้วยไม่ว่าจะเป็นครอบ ครัว ครู เพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนบ้าน เป็นต้น แต่เล่นอย่างไรจึงจะเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กนั้นต้องพิจารณาว่า เด็กเล่นกับใคร เล่นอะไร วิธีการที่เล่นกับเด็ก และของเล่นที่ใช้เล่น
“ของเล่นเป็นสิ่งจูงใจให้เด็กอยากเล่น เหมือนเป็นสื่อกลางระหว่างเด็กกับคนอื่นๆ การเลือกซื้อของเล่นนั้นควรคำนึงถึงความปลอดภัย เช่น วัสดุที่ทำ สีที่ใช้ ความแหลมคม ประเภทของของเล่น เช่น ของเล่นที่ใช้กระตุ้นประสาทสัมผัส (กุ๊งกิ๊ง, ตุ๊กตา, หนังสือผ้า) ของเล่นกระตุ้นการเคลื่อนไหว (รถลากจูง, ลูกบอล ) ของเล่นจินตนาการ (บ้านตุ๊กตา, เครื่องครัว, แบบจำลอง) เป็นต้น ความยากง่ายในการทำความสะอาด เหมาะกับอายุและพัฒนาการของเด็ก ถ้าเด็กอายุ 3 ขวบแต่เอากุ๊งกิ๊งของทารกให้เล่นก็คงสนุกได้ไม่นาน  เด็กอายุ 1 ขวบเอาบ้านตุ๊กตาให้เล่นก็อาจจะแค่เคาะๆ โยกๆ ประตูหน้าต่าง โดยที่ยังเล่นแบบจินตนาการไม่ได้  นอกจากนี้เรื่องราคายังเป็นปัจจัยที่ยังต้องพิจารณาร่วมด้วย ของเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง แต่ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดในการเล่นกับเด็ก คือ คนที่เล่นด้วยกันต้องทำให้เกิดความสนุกร่วมกัน มีลูกล่อลูกชนที่จะหลอกล่อ ให้กำลังใจหรือชักชวนให้เด็กสนใจ อยากรู้ คิดหรือสนทนาต่อยอดไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเล่นด้วยกันแล้วสนุกก็จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันดีขึ้นด้วย

พ่อแม่จึงควรเล่นกับลูกเป็นประจำ จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พ่อแม่จะรู้ว่าลูกชอบหรือไม่ชอบอะไร สิ่งไหนที่ลูกทำได้หรือไม่ได้  พูดรู้เรื่อง ชัดเจน เล่าเรื่องได้หรือเปล่า ถ้าลูกถูกขัดใจจะมีปฏิกิริยา ท่าทางอย่างไร ต้องชนะตลอด แพ้ไม่เป็นหรือเปล่า ทำให้พ่อแม่ประเมินได้ว่าลูกมีพัฒนาการเหมาะสมกับวัยหรือไม่ แล้วพฤติกรรมต่างๆ ของลูกเหมาะสมหรือเปล่า จะหาวิธีส่งเสริมหรือแก้ไขได้อย่างถูกต้องต่อไป ดังนั้น ประโยชน์จากการเล่น นอกจากเสริมพัฒนาการ สานสัมพันธ์แล้ว ยังช่วยให้สังเกตพฤติกรรม และทักษะด้านต่างๆ ของลูกด้วย”



การเล่นของเด็กพิเศษ

“พูดถึงคำว่าเด็กพิเศษนั้น แยกย่อยได้อีกหลายกลุ่ม เช่น บางคนมีสติปัญญาต่ำกว่าวัย เคลื่อนไหวร่างกายไม่คล่องหรือรวดเร็วเกินไป  แยกตัวไม่สนใจคนอื่น  ดังนั้น ต้องดูเป็นกรณีไปว่าเด็กแต่ละคนบกพร่องด้านไหน อย่างไร เช่น กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก การพูด ความเข้าใจภาษา การใช้ภาษาท่าทางและภาษาคำพูด ด้านอารมณ์และสังคม  ทำให้เด็กไม่สามารถเล่นได้ตามที่ใจต้องการเหมือนเด็กปกติอื่นๆ ไม่สามารถบอกหรือบอกได้แต่ไม่ทันใจว่าอยากเล่นอันนี้ เล่นแบบนี้ ไม่เอาอันนั้น หรือไม่สนใจใครเลยอยู่คนเดียวในโลกส่วนตัว และบ่อยครั้งที่เด็กพิเศษมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์ร่วมด้วย ทำให้คนที่เล่นด้วยไม่เข้าใจ ไม่สนุก และเบื่อที่จะเล่นด้วยในที่สุด พ่อแม่จึงต้องคอยสังเกตลูกว่าชอบเล่นอะไร แบบไหน ชม เชียร์ เมื่อลูกทำได้  ให้กำลังใจเมื่อยากไป พยายามสร้างบรรยากาศให้เกิดความสนุก รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จะทำให้การเล่นครั้งต่อไปลูกก็อยากเล่นกับพ่อแม่ด้วย เพราะพ่อแม่เข้าใจ และไม่กดดันให้ต้องทำสำเร็จ”

ของเล่นสำหรับเด็กพิเศษ
“เด็กพิเศษบางคนที่อายุ 2 ขวบ อาจจะเล่นของเล่นสำหรับเด็กปกติอายุ 2 ขวบได้ไม่ทุกชิ้น เพราะพัฒนาการบางด้าน เช่น กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก การใช้มือกับตาประสานกัน การควบคุมสมดุล การใช้ภาษา อาจยังไม่ดีเท่ากับเด็ก 2 ขวบ เช่น มีดของเล่น เด็กปกติเห็นแล้วเล่นได้เลย แต่เด็กพิเศษบางคนยังจับไม่ถูก หงายคมผิดข้าง บางคนเอามาชิม หรือบางคนรู้แต่ยังใช้ข้อมือไม่คล่อง ไม่มีแรง เป็นต้น
“ในส่วนของการเลือกซื้อของเล่นสำหรับเด็กพิเศษคล้ายกับเลือกให้เด็กปกติ โดยคำนึงถึงระดับขั้นของพัฒนาการที่เขาทำได้และสิ่งที่เราอยากเสริม เช่น ลูกปัดใช้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก หนังสือนิทานฝึกภาษา โทรศัพท์ฝึกการเล่นสื่อสาร เป่าลูกโป่งฝึกปฏิสัมพันธ์ ลูกบอลฝึกการเคลื่อนไหว และต้องประยุกต์วิธีเล่นให้เข้ากับความสามารถของเด็กคนนั้น ดูว่าขณะที่นำมาใช้เด็กต้องการความช่วยเหลือด้านไหน ต้องแยกย่อยรายละเอียดของพัฒนาการมากขึ้น เช่น ถ้าเด็กมีกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรงหยิบจับอะไรไม่คล่อง ไม่แน่น อาจให้เล่นร้อยลูกปัด แต่แทนที่จะเลือกลูกปัดขนาดเล็กๆ ก็ควรเลือกลูกปัดขนาดใหญ่ๆ เบาๆ รูที่ใส่กว้างเป็นพิเศษ เมื่อเด็กคล่องมากขึ้นก็ใช้ลูกปัดที่มีขนาดเล็กลง ของเล่นชิ้นเดียวกันสามารถนำมาใช้กระตุ้นพัฒนาการด้านอื่นได้ด้วย เช่น ร้อยลูกปัดสอนเรื่องรูปทรง สี จำนวน ด้วยก็ได้ หนังสือนิทานก็สามารถสอนคำศัพท์ สี มารยาท วินัย ผลัดกันเป่าลูกโป่งคนละครั้งสอนเรื่องการรอคอย และฝึกกล้ามเนื้อปากด้วย
“เด็กแต่ละคนล้วนมีของเล่นชิ้นโปรดไม่ว่าเด็กปกติหรือเด็กพิเศษ เช่น บางคนเห็นรถเป็นไม่ได้ต้องเล่นก่อน บางคนชอบเล่นตุ๊กตา เด็กแต่ละคนอาจมีวิธีเล่นของเล่นที่หลากหลาย ไม่เหมือนกัน บางคนเล่นได้ไม่นานต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างเด็กสมาธิสั้นเห็นรถแล้วเล่นได้แป๊บเดียวก็เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่น เล่นไปเรื่อยๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันก็ได้ ขณะที่เด็กปกติหลายคนเล่นและสร้างเป็นเรื่องราว ขับรถไปซื้อผลไม้ให้แม่ที่ตลาดต้องเลี้ยวซ้ายขวา ขากลับแวะเติมน้ำมันด้วยก็ได้  สิ่งสำคัญคือต้องสนุก จัดการเล่นให้อยู่ในบรรยากาศที่สบายๆ ซึ่งพ่อแม่บางคนอาจจะเครียด ทำไมตัดไม่ได้สักที สอนไป 10 ครั้งแล้ว เด็กจะรู้สึกว่าของเล่นชิ้นนี้โผล่มาทีไหร่ ต้องถูกดุ แม่สีหน้าเป็นยักษ์ เขาก็ปฏิเสธ ของเล่นชิ้นนั้นแม้ซื้อมาราคาแพงก็ไร้ค่า การเล่นกับลูกต้องสนุก มีความคาดหวังอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ประเมินว่าเด็กทำได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้พ่อแม่มีกำลังใจในการฝึกให้ลูกดีขึ้น”

อ่านเทคนิคการเล่นที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ของเด็กพิเศษทั้งหมด ขอบคุณข้อมูล จาก นิตยสาร Mother&Care / Vol.4 No.35 Nov 2007

อ้างอิง   http://www.wattanasatitschool.com

view