http://www.uniontoy.com
  

Home

About Us

Our Group

Our Products

Job Apply

Contact Us

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ05/07/2011
อัพเดท14/05/2020
ผู้เข้าชม1,355,139
เปิดเพจ1,762,324
สินค้าทั้งหมด455

ค้นหาสินค้า


ราคา :

หมวดหมู่ :

ยี่ห้อ :

รุ่น :



เด็ก" กับ "ของเล่น" เรื่องใหญ่มิใช่น้อย

เด็ก" กับ "ของเล่น" เรื่องใหญ่มิใช่น้อย

การเล่นมีความสำคัญ แม้จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจอย่างไรก็อย่าลืมการเล่น เพราะการเล่นของเด็กเหมือนการทำงานของผู้ใหญ่ มันคือความจำเป็น

ถ้าไม่มีของเล่นเด็กก็เล่นได้ แต่ของเล่นเป็นเหมือนอุปกรณ์เสริม ช่วยดึงศักยภาพเขาออกมา" คำกล่าวของ ดวงใจ คูห์ศรีวินิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรม

ของเล่นไทย ในงานแถลงข่าวจัดงาน "คิดส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ 2008" ภายใต้แนวคิด "Play & Learn" จัดโดยบริษัท เวิลด์เด็กซ์ จีอีซี จำกัด

ที่โรงแรมเซ็น ทารา แกรนด์

1นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย กล่าวต่อว่า ของเล่นชิ้นแรกของลูกคือพ่อแม่ เป็นของเล่นที่ดีที่สุด

คนเราสามารถหยิบสิ่งต่างๆ มาเป็นของเล่นได้หมด ของเล่นที่ช่วยดึงพัฒนาการของเด็กมีจำหน่ายในท้องตลาดเยอะ

เวลาที่ผู้ปกครองเลือกซื้อให้ลูกต้องเลือกให้สอดคล้องและเหมาะกับวัย แต่ไม่ใช่ว่ามีของเล่นเสริมสร้างพัฒนาการแล้ว

ไม่ต้องเล่นกับลูก สิ่งเหล่านี้ทางสมาคมพยายามบอกกล่าวกับสังคมเสมอถึงความสำคัญของการเล่นว่าสิ่งที่เล่นกับลูก

จะติดอยู่ในความทรงจำที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความหมาย

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมของเล่นสำหรับเด็กไทยที่จำหน่ายในบ้านเรานั้น ต้องจับประเด็นความปลอดภัยและต้องมี

สำนึกที่เข้มแข็งกว่านี้ เพราะของเล่นที่อยู่ในท้องตลาดบ้านเราจำนวนมากไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้ว

ความปลอดภัยเป็นสิ่งแรกที่ควรมีในของเล่น เพราะว่าเด็กเล็กไม่รู้ ขณะที่รูปแบบหรือนวัตกรรมของเล่นนั้นมีหลากหลาย

ตั้งแต่ของเล่นที่หยิบจับใกล้ตัวไปจนถึงของเล่นไฮเทค เช่น หุ่นยนต์โรบอตที่เหมาะกับเด็กโต 8-9 ขวบ ไปแล้ว เพราะเขา

เริ่มเรียนหนังสือ เริ่มมีความคิด แต่ในอีกมุมหนึ่งผู้ใหญ่กลับชอบเล่นและเป็นกลุ่มลูกค้าหลักมากกว่า 

สำหรับของเล่นแบบโบราณและการละเล่นของเด็กไทยที่เริ่มเลือนหาย นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทยให้ความเห็นว่า

"จริงๆ จะว่าหาย มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะว่าเป็น เพราะมีของเล่นใหม่ๆ เข้ามา แต่คงเป็นเพราะว่าสภาวะสังคมและเศรษฐกิจ

ทำให้คนละเลยที่จะปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ถ้าจะไปดูตามสังคม ชุมชนต่างๆ อย่างการเล่นรีรีข้าวสารยังมีอยู่ แต่ถ้าเด็กๆ ไม่ได้มาเรียนรู้ ไม่รู้จักก็จะไม่มีการสืบสานต่อไป"

รศ.ดร.จิตตินันท์ เดชะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการ

เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาเด็กไทยด้วยของเล่นอย่างสร้างสรรค์ว่า ของเล่นต้องเน้นความปลอดภัย ไม่มีชิ้นส่วนที่แตกหักง่าย วัสดุที่1

นำมาทำไม่เป็นเหล็กที่มีส่วนผสมปนเปื้อน ต้องเป็นวัสดุที่เลือกให้เหมาะกับช่วงวัยของเด็ก เด็กเล็กควรเป็นวัสดุที่นุ่มนิ่ม ไม่มีฝุ่น ถ้าโต

ขึ้นมาอีกนิดอาจเป็นพลาสติกหรือผ้าเพราะเด็กชอบหยิบ ชอบโยนข้าวของสิ่งต่างๆ รอบตัวเล่น และเมื่อเด็กเริ่มเดินมักเป็นของเล่นไม้ที่

เด็กจะเอามาต่อ วางเรียงกัน ซึ่งช่วงแรกนั้นของเล่นจะฝึกประสาทสัมผัสการแยกแยะ สี เสียงและกลิ่น ซึ่งยังมีน้อยมาก เราไม่ค่อยฝึกตรงนั้น

สำหรับการละเล่นหรือของเล่นแบบเก่าแบบไทยนั้นยังดีอยู่มาก เช่น หมากเก็บของเล่นพื้นบ้านเหมาะกับเด็กอนุบาล 3-6 ขวบ หรือลูกข่าง

แต่ก็ไม่ค่อยมีเด็กเล่นแล้ว ของเล่นเหล่านี้มีการพื้นฟูจากกลุ่มพ่ออุ้ยแม่อุ้ยทางเชียงใหม่และเชียงรายที่รณรงค์และอนุรักษ์ไว้ แต่ของเล่นพื้น

บ้านต้องมีการดูแลเพราะไม้มักมีความชื้นหรือเชื้อรา ในด้านความปลอดภัยต้องดูแลเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้มีเสี้ยน มีหนาม ไม่มีฝุ่นละออง

ทำให้เด็กแพ้ได้ 

ของเล่นไม้ช่วยปลูกฝังเด็กเรื่องชีวิตจิตใจ ความนิ่ง สงบและเรียบง่าย แต่ไม่ได้เรื่องความดึงดูด สีสัน หรือรูปร่างที่เท่แปลกแหวกแนว ของเล่น

แต่ละประเภทนั้นให้การเรียนรู้ที่ต่างกัน บอกไม่ได้ว่าอะไรดีกว่ากัน นอกจากนี้ของเล่นที่ออกแบบมาให้น่าสนใจ เพื่อให้เกิดการทดสอบและเรียนรู้

เกิดจากการค้นพบด้วยตัวเองมีมาก แต่ของเล่นพื้นบ้านทำมาเป็นชิ้นแล้วเด็กไม่ได้ทดสอบทดลองเท่าของเล่นที่ถูกออกแบบมาที่วางขายตาม

ท้องตลาด ซึ่งมาจากผลงานวิจัย องค์ความรู้ที่นำมาใช้ออกแบบเพื่อให้เด็กเกิดทักษะและการโต้ตอบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก กล่าวต่อว่า "อยากให้พ่อแม่เลิกคิดว่าการเล่นต้องเล่นกับของเล่นเท่านั้น แต่การเล่นหมายถึงการที่เราเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง

ชีวิตกับชีวิต อยากให้เป็นการผสมผสานระหว่างพ่อแม่เล่นกับลูก ของเล่นหรือการเล่นเป็นเพียงสื่อกลาง นอกจากนี้การที่พ่อแม่ทำของเล่นให้ลูกหรือมานั่งดูเขาเล่น

คอยชี้แนะ จะทำให้เขารู้สึกว่าเขามีความหมาย สิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกว่ามันตรึงใจเด็ก ให้รู้ว่าชีวิตเขามีค่า แต่คุณพ่อคุณแม่มักใช้การเล่นเป็นตัวเชื่อมโยงให้รู้สึกสนุกสนาน"

ด้วนครูนวลน้อย ทิมกุล จากมูลนิธิบ้านครูน้อย กล่าวว่า เด็กกับของเล่นอยู่ใกล้กันเหลือเกิน ถ้าไปบ้านครูก็ไม่มีอะไรให้เขามาก สมัยก่อนเมื่อ 27 ปีที่เริ่มเปิดบ้าน

ของเล่นของเด็กคือกระป๋องแป้งแล้วนำกระดาษมาหุ้มเป็นตุ๊กตา ของเล่นทุกอย่างเก็บจากขยะ เพราะไม่มีและไม่รู้จะหาอะไรให้ ครูต้องทำของเล่นให้เด็กๆ เพราะรู้ดี

ว่าการอยากเล่นเป็นอย่างไร พอเลี้ยงเด็กเองจะรู้ว่าเขาเป็นเหมือเราเมื่อครั้งเป็นเด็ก ทุกวันนี้ของเล่นจะเป็นหุ่นยนต์แขนหลุดหรือรถที่ขาดล้อ แต่มันก็สร้างความสุข

ทุกครั้งที่เด็กๆ ได้เล่น และของเล่นทำให้เด็กที่หม่นหมองมีช่วงเวลาที่มีความสุขขึ้นด้วย

"ของเล่นต้องไม่อันตรายกับเด็ก และของเล่นที่เหมาะคือตัวต่อ ทำให้เด็กเกิดจินตนาการ ช่วยสร้างสรรค์ความคิด มันเป็นประโยชน์ที่สุด นอกจากนี้การเล่นของเด็กบาง

อย่างจำลองจากสื่อต่างๆ อย่างการต่อสู้เป็นการถ่ายทอดความรุนแรงครูจะไม่ให้เล่น แต่อยากให้เด็กอยู่กับธรรมชาติ ได้ร้อยสายสร้อยดอกผักบุ้ง หรือเล่นอย่างอื่นซึ่งมี

มาก เช่น ตาเขย่ง ตั้งเต เล่นตี่ กระโดดหนังยาง หรือเสือข้ามห้วย ซึ่งแม้จะล้าหลังไปบ้างแล้วแต่ยังสร้างความสุขให้เด็กได้" ครูน้อยกล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่คุณแม่ลูก 2 กวาง กมลชนก เขมะโยธิน ดารานักแสดง กล่าวถึงการเลี้ยงน้องเน็ตและน้องเนย ด.ช.เนตต์ และด.ญ.เนตรทราย เขมะโยธิน ว่า

ทุกพัฒนาการของลูกจะสรรหาของเล่นให้ลูก แต่บางทีไม่ใช่ของที่ซื้อมา เป็นของที่อยู่รอบตัวหรือของที่เป็นธรรมชาติที่นำมาเล่นกับลูกและไม่ปล่อย

ให้ลูกอยู่ลำพัง ไม่ให้ลูกดูหนังหรือภาพยนตร์อะไรก็ได้ แต่จะเจาะจงเลือกเฉพาะที่เหมาะกับเด็กจริงๆ และจะไม่ให้ลูกเล่นเกม ก่อนนอนก็จะเล่านิทาน

ให้ลูกฟัง นอกจากของเล่นแล้วสิ่งที่ต้องระมัดระวังให้มากคือของใช้แม้กระทั่งโต๊ะเก้าอี้ เตียงนอน ต้องเลือกที่ไม่มีสารเคมี

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

view
view