Cart รายการสินค้า (0)

ประเภทหล่อพลาสติกเม็ดและผง

ประเภทหล่อพลาสติกเม็ดและผง โดยใช้ความร้อนและแรงอัดในแม่แบบปิด
( Molding )

แบบอัด ( Compression Molding )

กรรมวิธีการผลิต กรรมวิธีการผลิตแบบนี้เป็นแบบที่ง่ายและธรรมดาที่สุด ผลิตได้ไม่เร็วนัก พลาสติกที่ใช้ส่วนมาก

เป็นเทอร์โมเซตติ้งชนิดผงไม่นิยมใช้ชนิดเม็ด เพราะหลอมละลายช้ากว่า
ขั้นตอนการผลิต มีดังนี้

    1. นำผงพลาสติกไปเข้าเครื่องอบแห้ง ( Preheating ) ในปริมาณที่ต้องการ เพื่ออบให้พลาสติกแห้ง และเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้ใกล้เคียง
  • จุดหลอมละลายจะช่วยลดเวลาในเครื่องอัด ( บางชนิดไม่ต้องผ่านการอบ )
    1. เทผงพลาสตกที่อบแล้วเข้าแม่แบบในเครื่องอัด ซึ่งมีอุณหภูมิ 300-400 F. หรือแล้วแต่ชนิดของพลาสติก
    2. กดแม่แบบตัวผู้ซึ่งอยู่ตอนบนลงช้าๆแต่ไม่สุด ความร้อนและแรงอัดจะทำให้ผงพลาสติกหลอมละลายและไหลไปตามแม่แบบ
    3. กดแม่แบบลงสุด ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 1-2 นาที แล้วแต่ขนาดของชิ้นงานและชนิดของพลาสติก
    4. เปิดแม่แบบ แล้วนำชิ้นงานไปตกแต่ง

แบบอัดชนิด Flash Mold เป็นแบบที่มีความยุ่งยากน้อยที่สุด เป้นแบบที่ยอมให้พลาสติกไหลออกได้เมื่อ

กดแม่แบบตัวผู้ลงมา ไม่ต้องใช้แรง อัดมาก แต่ข้อเสียคือ ชิ้นงานที่หลฃ่อเนื่อไม่แน่น ความแข็งแรงน้อย มีครีบต้องขัด

แต่งมาก เพราะฉะนั้นงานที่จะหล่อควรบางและตื้น


แบบอัดชนิด Fully Positive Mold เป็นแบบตรงข้ามกลับ Flash Mold คือยอมให้พลาสติกหลอมละลาย

ไหลออกน้อยที่สุด หรือไม่ให้ออก เลย ชิ้นงานที่ได้จึงมีเนื้อแน่นและแข็งแรงมาก ข้อเสียคือ หากใส่ผงพลาสติกมากเกิน

ไปแรงอัดจะทำให้แม่แบบแตกร้าวได้


แบบอัดชนิด Semi-Positive Mold เป็นแบบผสมระหว่าง Flash Mold และ Fully Positive Mold เหมาะสม

กับงานทั่วไป ชิ้นงานที่ได้มี ความแข็งแรงพอสมควร


ชนิดของพลาสติก พลาสติกที่ใช้ส่วนมากเป็นพลาสติกผงพวกเทอร์โมเซทติ้ง เช่น เมลามิน ฟิโนลิค แอลคีต ยูเรีย

สำหรับพวกเทอร์โมพลาสติกเมื่อเวลาอัด หลอมละลายแล้งวต้องทำให้แม่แบบเย็นก่อนเปิดเพื่อกันการเบี้ยวไม่คงรูปซึ่งต้อง

เสียเวลามาก แต่พวกทอร์เซตติ้งเมื่อหลอมละลายแล้วจะมีการเปลี่ยน แปลงทางเคมีทำให้คคงรูป ไม่หลอมละลายอีก เมื่อเปิด

แม่แบบนำเอาชิ้นงานออก นำผงพลาสติกใส่ไปใหม่จะใช้เวลาน้อยที่จะทำให้หลอมละลายอีกเพราะ แม่แบบร้อนอยู่แล้วพวก

เทอร์โมพลาสติกที่ใช้กับกรรมวิธีการผลิตแบบนี้มีไวนีล และสไตรีน ใช้ทำแผ่นเสียง ทั้งนี้เพราะต้องการความละเอียดแน่นอน

ของแผ่น
ชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น ช้อน ชาม จาน อุปกรณ์ไฟฟ้า ด้ามมือจับเตารีด หูหม้อ หูกะทะ แผ่นเสียง ฯลฯ

แบบอัดส่ง ( Transfer Molding )

กรรมวิธีการผลิต เป็นกรรมวิธีการผลิตที่ดัดแปลงมาจากแบบอัดแต่ยุ่งยากกว่า ใช้หล่อชิ้นงานที่มีส่วนโลหะแทรกอยู่

เช่น หัวครอบจานจ่ายในรถยนต์หากใช้ วิธีแบบอัด ชิ้นโลหะที่สอดแทรกอยู่กับแม่แบบจะถูภอัดโดยตรงจากผงพลาสติกที่กำลัง

จะหลอมละลาย อาจทำให้ชิ้นโลหะบิดงอได้ แต่กรรมวิธีแบบอัด ส่งนี้ผงพลาสติกจะถูกหลอมละลายในห้องหลอมละลาย

( Transfer Chamber ) ก่อนแล้วจึงถูกอัดผ่านรู้ ( Sprue ) เข้าไปในแม่แบบตอนล่าง ชิ้นส่วน โลหะที่สอดแทรกอยู่ไม่ถูก

รบกวนจากพลาสติกแหลวมากนัก พลาสติกที่ใช้เป็นพวกเทอร์โมเซตติ้งชนิดผง
ขั้นตอนการผลิต มีดังนี้

    1. เทผงพลาสติกลงในห้องหลอมละลายในปริมาณที่ต้องการ ส่วนทำความร้อนรอบๆห้องจะทำให้ผงพลาสติกหลอมละลาย
    2. กดแม่แบบตัวบนลง พลาสติกเหลวจะไหลผ่านรูเข้าไปในแม่แบบตอนล่าง
    3. ปล่อยทิ้งไว้ในแม่แบบตอนล่างเพื่ออบให้สุก ( Curing ) ประมาณ 1-2 นาที
    4. เปิดแม่แบบ ถอดชิ้นงานออกไปตกแต่ง
    5. กระเทาะเศษพลาสติกที่ติดอยู่ที่รูและตอนล่างของห้องหลอมละลายออกก่อนจะเทพลาสติกลงใหม่


ชนิดของพลาสติก พลาสติกที่ใช้เหมือนกับแบบอัด คือส่วนมากเป็นพวกเทอร์โมเซตติ้ง
ชนิดของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีชิ้นส่วนโลหะติดอยู่ เช่น หัวครอบจานจ่ายรถยนต์

แบบฉีด ( Injection Molding )

กรรมวิธีการผลิต กรรมวิธีแบบฉีดเป็นกรรมวิธีออกแบบเพื่อใช้กับเทอร์โมพลาสติกโดยเฉพาะ ผลิตได้จำนวนมาก

และรวดเร็ว มีลักษณะคล้ายแบบอัดส่ง ( Transfer Molding ) แต่ยุ่งยากกว่า ทำได้เรํวกว่า
ขั้นการผลิต มีดังนี้

    1. เทพลาสติกผงหรือเม็ดลงในช่องเท ( Hoper )
    2. ลูกสูบจะอัดเม็ดพลาสติกให้ผ่านไปที่ส่วนทำความร้อน ( Heating Cylinder ) ซึ่งมีอุณหภูมิ 300-650 F โดยแยกผ่านเครื่องแยก ( Torpedo or Spresder )
  • เพื่อให้ได้รับความร้อนสม่ำเสมอ
    1. พลาสติกเหลวจะถูกอัดผ่านหัวฉีด ( Nozzle ) ไปยังแม่แบบปิดด้วยแรง 5,000-40,000 psi.
    2. พลาสติดจะเย็นและแข็งตัวโดยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำในช่องเนื้อแม่แบบ
    3. เปิดแม่แบบ แล้วนำชิ้นงานไปตกแต่ง ( ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่จะถูกวางในโครงบังคับก่อนแล้วทิ้งไว้จนเย็นลงกันการบิดงอ )


ชนิดของพลาสติก ใช้พลาสติกพวกเทอร์โมพลาสติกเกือบทุกชนิด เช่นอาเซททอล อะคริลิค ฟลูออโรคาร์บอน

โพลียาไมด์ โพลีโอเลฟิน โพลีสไตรีน และไวนีล
ชนิดของผลิตภัณฑ์ กรรมวิธีการผลิตชนิตนี้ใช้ผลิตผลตภัณฑ์ได้อย่างกว้างขวางเกือบทุกประเภท วิธีสังเกตุง่ายๆ

คือ ให้ดูรอยกลมนูนที่ด้านล่าง หรือส่วนที่ มองไม่เห็นของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นรอยพลาสติกเหลวถูกอัดเข้าแม่แบบ

แบบรีด (extrusion)

กรรมวิธีการผลิต
เป็นแบบสำหรับผลิตชิ้นงานที่มีความยาวไม่มีที่สิ้นสุด เช่น สายไฟฟ้า ท่อยาง ถุงพลาสติก รวมทั้ง ชิ้นงานที่เป็นแผ่นบาง

เช่น ผ้ายางพลาสติกเป็นต้น กรรมวิธีการผลิตชนิดนี้มีลักษณะคล้ายแบบฉีด แต่ผลิตได้ ปริมาณชิ้นงานที่มากกว่าในเวลาเท่ากัน
ขั้นการผลิต มีดังนี้

    1. เทเทอร์โมพลาสติกชนิดผงหรือเม็ดลงในช่องเท
    2. เกลียวรีดหมุนอัดเม็ดพลาสติกผ่านส่วนให้ความร้อนซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 300-500 F. เม็ดพลาสติกจะหลอมละลาย
    3. พลาสติกจะเหลวและถูกอัดผ่าน ( Die ) ด้วยแรงอัดประมาณ 500-6,000 psi.
    4. ชิ้นงานที่รีดออกมาจะถูกทำให้เย็นโดยผ่านลงไปในน้ำ แล้วเคลื่อนต่อไปโดยระบบสายพานหรือล้อหมุน


ชนิดของพลาสติก
ใช้พวกเทอร์โมพลาสติก เช่น อะคริลิค เซลลูโลซิค ฟลูออโรคาร์บอน ไนล่อน สเตรีนดปลีเอททีลีน และไวนีล
ชนิดของผลิตภัณฑ์
สายไฟฟ้า ท่อพลาสติก สายเบ็ดตกปลาไนล่อน ถุงพลาสติก พลาสติกแผ่น เป็นต้น

แบบเป่า (Blow Molding)

กรรมวิธีการผลิต
กรรมวิธีการผลิตแบบนี้ผิดไปจากแบบอื่นในประเภทเดียวกัน คือไม่หล่อชิ้นงานจากพลาสติกหลอม ละลายในแม่แบบปิด

แต่ได้ดัดแปลงมาจากแบบรีด โดยรีดพลาสติกหลอมละลายให้ย้อยลงมาเป็นท่อ ( Parison ) เข้าไปในแม่แบบตอนล่าง

แม่แบบจะปิดพร้อมทั้งบีบปลายท่อให้ติดกัน ปลายท่ออีกด้านหนึ่งที่เปิดอยู่จะถูกอัด อากาศเข้าไปท่อพลาสติกที่ยังอ่อนตัว

อยู่จะถูกอากาศอัดไปแนบกับแม่แบบ ได้รูปร่างของชิ้นงานตามต้องการ
ขั้นการผลิต ขั้นแรกเหมือนกับแบบรีดแต่เพิ่มเติมส่วนที่เป่าลมอีก ดังนี้

    1. ท่อพลาสติกหลอมละลาย ( Parison ) ถูกรีดย้อนลงมาตามขนาดและความหนาที่กำหนด
    2. แม่แบบเปิดตอนล่างเข้าหากัน ทำให้ปลายข้างหนึ่งของท่อถูกบีบติดกัน
    3. อัดอากาศเข้าไปในปลายท่อด้านเปิด จะทำให้ท่อพลาสติกซึ่งยังอ่อนตัวอยู่ถูกอัดเข้าไปแนบกับแม่แบบ
    4. ทำให้แม่แบบเย็นโดยระบบให้น้ำเย็นใหลผ่านเข้าช่องในแม่แบบ ทิ้งไว้ให้ชิ้นงานเย็น
    5. แม่แบบเปิด พร้อมทั้งตัดปลายท่อออกจากท่อเดิม

ชนิดของพลาสติก
เทอร์โมพลาสติกทุกชนิดใช้ได้กับกรรมวิธีแบบนี้ แต่โพลีเอททีลีนเป็นพลาสติกที่นิยมใช้ กันมากที่สุด
ชนิดของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผลิตด้วยกรรมวิธีนี้ส่วนมากเป็นขวดพลาสติกบรรจุของเหลวทุกชนิดผลิตภัณฑ์ที่ ภายในกลวงมีเปลือกนอกบาง

ด้านนอกของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีแบบนี้จะไม่เรียบมากนัก เพราะแรง อัดที่ใช้ไม่มาก


แบบลูกกลิ้ง ( Calendering )

กรรมวิธีการผลิต
กรรมวิธีการผลิตแบบนี้ได้ดัดแปลงมาจากกรรมวิธีการผลิตในอุตสาหกรรมผลิตแผ่นยางธรรมชาติ อุตสาหกรรมอื่นๆที่ดัด

แปลงไปใช้ก็มี เช่นอุตสาหกรรมกระดาษ เสื่อน้ำมัน และโลหะแผ่น
ขั้นการผลิต มีดังนี้

    1. ใช้เทอร์โมพลาสติกชนิดเหลว ( Resin ) ผสมกับวัสดุชนิดอื่น เช่น วัสดุทำให้แข็งแรง ( Stabilizer ) วัสดุช่วยให้ลื่นตัว ( Lubricant ) วัสดุช่วยให้อ่อนตัว ( Plasticcizer )
  • เพื่อต้องการให้อ่อนนุ่ม ฯลฯ แล้วนำเข้าเครื่องผสมและบดผ่านไปยังส่วนให้ความร้อน ทำให้ส่วนผสมหลอมละลาย
    1. ส่วนผสมหลอมละลายผ่านลูกกลิ้งทรงกระบอกรีดออกเป็นแผ่น บางชนิดมีลูกกลิ้งคู่ ต่อไปรีดแผ่นที่ ออกมาให้มีลวดลายต่างๆ ประกอบเข้าไปด้วย
    2. แผ่นชิ้นงานที่ได้จะเคลื่อนผ่านลูกกลิ้งเย็น ช่วยให้แข็งตัวคงรูป แล้วเข้าม้วนเก็บต่อไป

ชนิดของพลาสติก
ใช้เทอร์โมพลาสติก ไวนีลเป็นพลาสติกที่ใช้มากที่สุด นอกนั้นก็มีโปลีโอเลฟิน เซลลูโลซิค และสไตรีน
ชนิดของผลิตภัณฑ์
ผ้ายาง พีวีซี ชนิดต่างๆ กระเบื้องยาง ฯลฯ


รายละเอียดขั้นตอนการผลิต
นำวัตถุดิบ 1 ใส่เข้าเครื่อง Hot Blender เพื่อผสมให้เข้ากันแล้วผ่านเข้าเครื่อง Bambury เพื่อผสม ด้วยความร้อนและ

แรงอัดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน นำวัตถุดิบที่เป็นเนื้อเดียวกันนี้ผ่านเครื่อง Mixing Roll 1 และ 2 เพื่อรีดให้เนื้อ Compound

ให้ละเอียดยิ่งขึ้น จึงผ่านไปยังเครื่อง Calender รีดออกเป็นแผ่น P.V.C. ครึ่งสำเร็จรูป จากนั้นจึงผ่าน P.V.C. แผ่นนี้เข้าเครื่อง

พิมพ์สีใส่ วัตถุดิบ2 ( Printing ink ) พิมพ์ตามสีที่ต้องการ แล้วจึงผ่าน P.V.C. แผ่นนี้ได้เข้าเครื่อง Surface Treating

เพื่อเครือบผิวให้มีคุณภาพยิ้งขึ้น โดยใช้ วัตถุดิบ 3 Surface treating Agent สุดท้ายนี้จึงนำแผ่น P.V.C. ที่ได้เข้าเครื่อง

Emboss เพื่อพิมพ์ลายนูนได้เป็น P.V.C. แผ่นสำเร็จรูป
รายละเอียดขั้นตอนการผลิต
นำวัตถุดิบ 1 มาผสมในเครื่อง Hot Blender ให้เข้ากัน แล้วจึงผ่านไปยังเครื่อง Blambury ผสมด้วยความร้อนและแรงอัด

ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นผ่านไปยังเครื่อง Mixing Roll 1 และ 2 รีดให้ P.V.C. Compound ที่ได้มีเนื้อละเอียดยิ่งขึ้น

เพื่อนำผ่านไปยังเครื่อง Calender รีดออกมาเป็นแผ่น P.V.C. ในเวลาเดียวกัน นำวัตถุดิบ 2 เข้ายึดและกาวผ้าด้วย วัตถุดิบ 3

ในเครื่อง Treater & Tenter นำแผ่น P.V.C. ที่ได้จากเครื่อง Calender และผ้าที่ได้จากเครื่องที่ยึดและกาวแล้วผ่าน

เครื่อง Laminate เพื่อติดผ้าและแผ่น P.V.C. ให้เข้ากันเป็นหนังเทียมกุผ้าแล้วจึงผ่านเข้าเครื่องพิมพ์สี โดยใช้ วัตถุดิบ 4

เมื่อพิมพ์สีเสร็จเรียบร้อย แล้ว นำหนังเทียมกุผ้าที่ได้ไปเคลือบผิวอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้วัตถุดิบ 5 ผ่านเครื่อง Surface Treating

แล้วจึง นำไปสักลายนูนต่าๆ ในเครื่อง Embossing ได้เป็นหนังเทียมกุผ้าตามต้องการ
รายละเอียดขั้นตอนการผลิต
นำวัตถุดิบ 1 มาผสมในเครื่อง Socution Mixer ในเวลาเดียวกันนำ วัตถุดิบ 2 ( ผ้า ) เข้าเครื่อง Treater & Tenter เพื่อยึด

และกาวผ้าโดยใช้ วัตถุดิบ 3 แล้วนำวัตถุดิบที่ผสมแล้วจากเครื่องผสมมาเข้าเครื่อง Coating พร้อมกับผ้าที่ผ่านเครื่อง

treater & Tenter แล้วเพื่อเคลือบ P.V.C. Compound ลงบนผ้าแล้วจึง ให้ผ่านเข้าเครื่อง Foaming Over เพื่อทำให้เป็น

หนังฟองน้ำ นำหนังฟองน้ำที่นี้เข้าเครื่องพิมพ์ โดยใช้ วัตถุดิบ 4 แล้วผ่านต่อไปยังเครื่อง Surface Treating โดยใช้ วัตถุดิบ 5

เพื่อเคลือบผิวหนังฟองน้ำให้ได้ตามคุณภาพ ที่ต้องการ จากนั้นจึงผ่านเข้าเครื่อง Clearnce Emboss เพื่อให้ได้ลายนูนตาม

ความต้องการของลูกค้าได้เป็น หนังฟองน้ำพื้นผ้า

แบบอัดแผ่น ( Laminating )

กรรมวิธีการผลิต
โดยทั้วไป Laminating หมายถึงการยึดติดวัสดุแผ่นสองแผ่นหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน เช่น ไม้อัด สำหรับกรรมวิธีการผลิต

ของพลาสติกหมายถึงการยึดติดชั้น ( Layer ) ของวัสดุผสมหรือวัสดุเสริมกำลัง ( Resin-Impregnated ) หรือ

Resin-coated หรือ Reinforcing เข้าด้วยกันโดยใช้ความร้อนและแรงอัด ชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิต

แบบนี้แบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ เช่น ชนิดแรงอัดต่ำ ( Low-Pressure ) ชนิดแรงอัดสูง ( High-Pressure ) ซึ่งแล้วแต่ขนาด

ของแรงอัดที่ใช้ระหว่างการผลิต
ขั้นตอนการผลิต มีดังนี้
นำแผ่นวัสดุผสมหรือวัสดุเสิมกำลัง เช่น กระดาษ ผ้า ใยหิน ใยแก้ว วางซ้อนกันตามชนิดและความ หนาที่ต้องการ โดยใช้

พลาสติกเหลวพวกเทอร์โมเซตติ้งเป็นตัวประสานในการอัด ( Press ) ซึ่งใช้แรงอัดประมาณ 1,000-1,500 psi. และมี

ความร้อนประมาณ 300-350 F. อัดเครื่องลงตามเวลาที่กำหนด ความร้อนและแรงอัดจะทำให้ได้แผ่นชิ้นงานที่เรียบร้อย

และแข็งแรง ผิวหน้าของแผ่นชิ้นงานอาจทำให้มีลวดลาย หรือลายนูนอย่างไรก็ได้


ชนิดของพลาสติก
ใช้พลาสติกเหลวชนิดเทอร์โมเซตติ้ง เช่น ฟีโนลิค เมลามีน ซิลิโคน อีพอกซี่ โปลีเอสเตอร์และยูเรีย
ชนิดของผลิตภัณฑ์
ฟีโนลิค-ใช้ทำผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูก เช่นแผ่นเซอร์กิตในเครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์
เมลามีน-ใช้ทำแผ่นโฟเมก้าสำหรับบุผิวหน้าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
ซิลิโคน-ใช้ทำแผ่นอุปกรณ์ในเครื่องจักร หรือผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่ทนความร้อนสูง
อีพอกซี่-และโปลีเอสเตอร์-ใช้ทำผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กล้าสชนิดแข็งแรงเป็นพิเศษ ผลิตภัณฑ์ไม้อัด เคลือบผิวพลาสติก ฯลฯ

แบบอัดเย็น ( Cold Molding )

กรรมวิธีการผลิต
เป็นกรรมวิธีการผลิตที่ดัดแปลงมาจากกรรมวิธีการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา ใช้เพียง แรงอัดอย่างเดียว ไม่ใช้ความ

ร้อนทำให้หลอมละลาย กรรมวิธีโดยทั้วไปเหมือนกับแบบอัดแต่ทำได้รวดเร็วกว่า เพราะไม่ต้องรอให้หลอมละลายก่อน เมื่ออัด

ก้อนแล้วจึงนำไปเข้าเตาอบในปริมาณมากพร้อมๆกันอีกครั้ง
ขั้นตอนการผลิต มีดังนี้

    1. นำเอาส่วนผสมของพลาสติกเหลวกับวัสดุผสมอื่น เช่น ใยหินที่มีลักษณะอ่อนตัวใส่ในแม่แบบเครื่องอัด
    2. กดแม่แบบโดยใช้แรงอัด 2,000-4,000 psi. ความเร็วที่กดแล้วแต่ชนิดของเครื่องและความ สะดวกสบาย
    3. นำชิ้นงานออกจากแม่แบบ
    4. นำชิ้นงานไปเข้าเตาอบซึ่งมีอุณหภูมิ 450 F. ปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาด ของเตา ใช้เวลาประมาณ 72 cm. จะทำให้พลาสติกสุกและแข็งตัว
    5. นำชิ้นงานที่อบแล้วออก


ชนิดของพลาสติก
เป็นพวกเทอร์โมเซตติ้ง และนิยมใช้เฉพาะฟีโนลิคเท่านั้น ก่อนใช้นำฟีโนลิคน้ำไปผสม กับใยหินให้มีลักษณะอ่อนตัว

วัสดุอื่นนอกจากพลาสติกที่ใช้ผลิตด้วยกรรมวิธีแบบนี้มี พวกบิตูเมน (เช่นยางแอสฟัลท์หรือที่เรียกกันว่ายางมะตอย)

กับวัสดุผสมอื่นเช่นใยหิน
ชนิดของผลิตภัณฑ์
ใช้ทำพวกอุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกที่รับแรงน้อยๆ ปุ่ม และมือจับ

อ้างอิง : http://www.elecnet.chandra.ac.th/learn/courses/5513101/termwork/plastics2/pro2.html

 

view