Cart รายการสินค้า (0)

ฝึกอย่างไรให้ลูกมีวินัย

ฝึกอย่างไรให้ลูกมีวินัย


การฝึกระเบียบวินัย    เป็นการพัฒนาให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคมและสามารถควบคุมตนเอง        

ซึ่งพ่อแม่จะต้องเรียนรู้และฝึกอบรมกับลูกให้เหมาะสมและสม่ำเสมอ   จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวสามารถอยู่

ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ระเบียบวินัยช่วยในการพัฒนาเด็กอย่างไร

1.   สามารถควบคุมตนเอง

            การอาละวาดลงมือลงเท้าของเด็ก   มักเกิดจากความรู้สึกโกรธผิดหวังอิจฉาและกลัว  พ่อแม่ควรเป็นผู้ที่ช่วยเด็กให้สามารถควบคุมอารมณ์   

โดยแสดงออกในทางที่เหมาะสม เช่น   โกรธและทุบตีคน  ให้เปลี่ยนมาทุบตีตุ๊กตาหรือหมอนแทน

2.   สามารถเรียนรู้เคารพในสิทธิผู้อื่น

ควรสอนเด็กให้รู้จักใช้คำพูด    เช่น    ขอโทษ     ขอบคุณ     เคาะประตูก่อนเข้าห้อง ขออนุญาตก่อนหยิบของคนอื่นไปใช้      ไม่รบกวนสมาธิของผู้อื่น  ฯลฯ

3.   สามารถแสดงความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม

เมื่อมีการขัดแย้งระหว่างพี่น้อง    พ่อแม่ควรเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้เข้าใจกัน   ฝึกให้แสดงความรู้สึก  บอกถึงชอบหรือไม่ชอบในการกระทำของผู้อื่น 

ให้รู้จักขอโทษ ซึ่งกันและกัน  เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

4.   สามารถให้ความนับถือตนเองได้

เด็กๆย่อมต้องการความสนใจและคำชมจากพ่อแม่ยามที่เขาสามารถประพฤติตนได้ตามที่พ่อแม่คาดหวัง     การชมจะเป็นแรงเสริมให้อยากทำดีมากขึ้น     

อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถทำได้

5.   สร้างความมั่นใจให้กับตนเอง

ควรเด็กฝึกให้รู้จักรับผิดชอบตนเอง   เช่น    อาบน้ำ    แต่งตัว ฯลฯ    และรับผิดชอบงานบ้านเล็กๆน้อย       เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะช่วยให้เด็กได้พัฒนา

ความมั่นใจในการพึ่งตนเอง

6.   สามารถพัฒนาเป็นอุปนิสัยรักงาน

ควรฝึกให้เด็กรับผิดชอบเรื่องส่วนตัว  และงานบ้านจนเกิดเป็นนิสัยติดตัวไปจนโต จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการทำงานทั้งที่บ้านและโรงเรียน    

ตลอดจนในด้านหน้าที่การงานเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่


การฝึกระเบียบวินัยจะได้ผล    ต้องประกอบด้วย

1.  ให้ความรัก 

เด็กทุกคนปรารถนาที่จะรู้ว่าเขายังเป็นที่รักของพ่อแม่อยู่เสมอ  โดยเฉพาะเด็กเล็กยังต้องการความมั่นใจจากการกอด  จูบ   ยิ้ม  และชมเชย  

ยามเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ดีตามที่พ่อแม่คาดหวัง

2. รับฟังอย่างตั้งใจ

เด็กทุกคนย่อมต้องการความสนใจจากพ่อแม่    โดยเฉพาะเวลาที่เขาพูดคุยด้วย เขาต้องการให้พ่อแม่รับฟังด้วยความตั้งใจ    พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกด้วย

การหาเวลาว่างพิเศษในแต่ละวันเพื่อจะได้มีโอกาสพูดคุยกัน    เช่น ขณะนั่งรถเพื่อเดินทางไปโรงเรียน     ขณะช่วยทำงานบ้าน หรือช่วงเวลาก่อนนอน ฯลฯ

3. ให้ความเข้าใจ

เด็กเล็กต้องการรู้ว่าเขามีพ่อแม่อยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา      แต่เด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวพอๆ กับการออกไปนอกบ้านกับเพื่อน    พ่อแม่ควรรับฟังเหตุผลและ

สังเกตลูกอย่างใกล้ชิด    และพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงของลูก 

4. ให้รางวัลเมื่อทำดี

ควรให้คำชมเชยทุกครั้งที่เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม   เพื่อคงไว้ซึ่งพฤติกรรมนั้น  เด็กเล็กต้องการการยิ้ม  กอด  จูบ  หรือแม้แต่คำขอบคุณจากพ่อแม่ 

แต่เด็กโตต้องการคำชม สิทธิพิเศษ    เช่น    การให้ของหรือเงิน    ออกไปหาเพื่อน

5. ส่งเสริมให้เป็นอิสระ

เมื่อเด็กเข้าใจและร่วมมือในการวางขอบเขต     เด็กจะเรียนรู้การควบคุมตานเอง  เพื่อก้าวสู่ความเป็นตัวของตัวเอง     อนุญาตให้เด็กร่วมแสดงความคิดเห็น

กับพ่อแม่   เด็กโตเพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้น      เพื่อให้ได้ผลดีต่อการวางขอบเขต  ให้กำลังใจ และการกระตุ้นให้ยอมรับความผิดหวังที่เกิดขึ้นในบางช่วง

ของชีวิตและพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป 

6. ให้แสดงความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม

แสดงให้เด็กรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจความรู้สึกของเขา   รู้ว่าเขากำลังโกรธ  ผิดหวัง  น้อยใจ ยอมรับอารมณ์ ของลูก    ให้เขาสามารถพูดบอกความรู้สึกแทนการกระทำ

ที่ไม่เหมาะสม  ขณะเดียวกันลูกก็สามารถยอมรับเวลาที่พ่อไม่เป็นอารมณ์ได้เช่นกัน

7.  ส่งเสริมความรับผิดชอบ

มอบหมายงานให้ทำตามความเหมาะสมของแต่ละวัย    จำกัดเวลาให้เด็กรู้ว่าจะต้องทำงานเสร็จเมื่อใด     ตรวจให้แน่ใจว่าเด็กได้ทำงานเสร็จจริง   

เน้นการกระทำมากกว่าคุณภาพ     พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

 ถ้าท่านต้องการให้ลูกตรงต่อเวลา                         ท่านต้องตรงต่อเวลาเสมอ

            ถ้าท่านต้องการให้ลูกรู้จักเก็บข้าวของ                   ท่านต้องทำให้ดูเป็นแบบอย่าง

            ถ้าท่านต้องการให้ลูกพูดจาไพเราะ                       ท่านต้องพูดจาอ่อนหวานกับลูก

            ถ้าท่านต้องการให้ลูกสุภาพ                                 ท่านต้องยกย่องเขาก่อน

            ถ้าท่านต้องการให้ลูกยอมรับกฎเกณฑ์                 ท่านต้องต้องควบคุมตนเองได้ดี

 

                                    ขออภัยด้วยคัดลอกมาจากที่ไหนจำไม่ได้จ้ะ

อ้างอิง   http://www.kamloahealthcenter.com/index.php?mo=3&art=231681

 

view