Cart รายการสินค้า (0)

ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี

ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี

พัฒนาการของเด็กหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เด็กเติบโตตามวัยโดยมีทิศทางที่ทำให้ ร่างกายแข็งแรง

สดชื่นแจ่มใส จิตใจมั่นคงอารมณ์ดี ปรับตัวเข้าสังคม สื่อสารได้และพร้อมที่จะเรียนรู้

ช่วงแรกของชีวิต มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดคุณภาพของคน โดยเฉพาะตั้งแต่ระยะอยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ ๕ ปี เพราะมีการสร้างรากฐาน

ของอนาคตซึ่งรวมทั้ง สุขภาพ ความสุข การเจริญเติบโต และพัฒนาการ การเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การงาน ความเป็นอยู่ ในครอบครัวและชุมชน

หรือในภาพรวมตลอดชีวิต  ผลการศึกษาวิจัยยืนยันว่าสมองของมนุษย์เติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็วที่สุดในช่วงปฐมวัย(ก่อนอายุ ๖ ปี) โดยเฉพาะ๓ปีแรกมี

ความสำคัญที่สุดในการปรับแต่งโครงสร้างของสมอง ประสบการณ์การเรียนรู้จากคนและสิ่งแวดล้อม ของเด็กในช่วงแรกนี้มีความหมายมากต่อการพัฒนาสมอง

เป็นรากฐานสำคัญของการจัดระเบียบเซลล์ประสาท วงจรประสาท และการทำหน้าที่ของสมองตลอดชีวิต สิ่งเหล่านี้จึงมีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาทักษะ

การเรียนรู้รวมทั้งความสามารถในการปรับตัวทางสังคม จิตใจอารมณ์ และคุณธรรมในระยะยาว  ทารกและเด็กเล็กๆจะเรียนรู้ได้เร็วที่สุด ยิ่งกว่าช่วงอื่นใดในชีวิต

เด็กต้องการการเอาใจใส่ อบรมเลี้ยงดูด้วยความรัก สร้างความผูกพันต่อกัน สนับสนุนให้มีประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี พร้อมกับการได้รับอาหารที่ครบถ้วนพอเพียง

และการดูแลสุขภาพที่ดี เพื่อพัฒนาความรู้สึกไว้วางใจและความมั่นคง ที่เป็นรากแก้วสำหรับการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองและการเป็นผู้มีความหวังไม่ท้อแท้ง่าย

ยามเผชิญกับอุปสรรคหรือความยากลำบากในการดำรงชีวิต เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวและเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ อาหารที่เหมาะสม

การศึกษา มีโอกาสได้เล่น และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากภยันตราย การถูกคุกคามทำร้าย และการถูกแปลกแยก เด็กควรที่จะมีโอกาสเติบโต และพัฒนาท่าม

กลางสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาจนเต็มที่ตามศักยภาพของเขา

ดังนั้น พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัว ชุมชน ตลอดจนรัฐและสังคม จึงมีหน้าที่สำคัญในการเอาใจใส่ดูแลเด็ก เสริมการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ปฐมวัย เป็นการวางพื้นฐาน

ที่มั่นคงสำหรับการเสริมสร้างคุณภาพของคนไปตลอดชีวิตให้เป็นคนดีมีคุณธรรม เก่ง มีความสุขและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวและสังคม ทั้งนี้ ต้องคำนึง

ว่าเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะพัฒนาเต็มที่ตามศักยภาพของตน ทั้งนี้พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูจำเป็นต้องมีความเข้าใจขั้นตอนพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงอายุและแต่ละคน

ยังมีลักษณะพื้นอารมณ์ที่แตกต่างกันได้ จะได้สามารถตั้งความคาดหมายได้เหมาะสมจริงกับเด็ก และช่วยส่งเสริมเด็กให้มีประสบการณ์และพฤติกรรมที่

เหมาะกับการเติบโตและพัฒนาการ เด็กไม่ขาดโอกาสเรียนรู้และไม่ถูกเร่งมากเกินไป

 

 






 

 

 

 

 

 

-การให้เวลาดูแลเอาใจใส่เด็ก ด้วยความรักความเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ โดยสังเกตท่าที สัมผัสอย่างอ่อนโยน พูดคุยโต้ตอบ และเล่นกับเด็ก เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ

-เด็กชายและเด็กหญิงต่างมีความต้องการพื้นฐานเหมือนกัน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ต่างมีความสามารถในการเรียนรู้ และมีความต้องการที่จะได้รับความรัก ความสนใจ ความเข้าใจ และการยอมรับ    เหมือนกัน
-เด็กที่เจ็บป่วยบ่อยๆ ซีด ขาดสารอาหาร จะมีอาการตื่นกลัวง่าย หงุดหงิด งอแง ขาดความสนใจต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ค่อยเล่น  มีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับบุคคลรอบข้างน้อยกว่าปกติ เด็กเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากผู้เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด ให้ได้รับอาหารที่เพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าสนใจ
   
-เด็กแต่ละคนมีลักษณะพื้นอารมณ์และความถนัดต่างกัน เมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นก็จะมีการเรียนรู้ การคิด การพูด และการแสดงออกที่เปลี่ยนไปจากเดิม เด็กเล็กๆ มีความรู้สึกจริงจังและมักแสดงอารมณ์ออกมาแรงๆ โดยเฉพาะเมื่อถูกขัดใจหรือคับแค้นใจที่ทำสิ่งต่างๆ ไม่ได้ตามต้องการ  เด็กๆ มักหวาดกลัวคนแปลกหน้า ความมืด และสถานที่ไม่คุ้นเคย  จึงมีปฏิกิริยาต่างๆ เช่น ร้องไห้ ดิ้นรน ไม่ฟังเหตุผล
   
-หากการแสดงอารมณ์ของเด็กทำให้ถูกหัวเราะเยาะ ถูกทำโทษรุนแรง หรือถูกเพิกเฉยไม่มีผู้ใดเข้าใจ เด็กอาจเติบโตขึ้นเป็นบุคคลขี้อาย ไร้ความสามารถที่จะแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม
   
-พ่อแม่ควรติดตาม สังเกตเพื่อจะได้เข้าใจความรู้สึก ความคิด และพฤติกรรมของเด็ก ทำให้ตนเองสามารถยับยั้งชั่งใจ เลือกใช้วิธีที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง เป็นการช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมการแสดงออกของอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม  และเติบโตขึ้นอย่างมีความสุขและมีความมั่นคงทางจิตใจ
   
-การลงโทษเด็กที่กระทำผิดด้วยการตีหรือทำร้ายร่างกายถือเป็นการกระทำทารุณ ซึ่งมีผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก การถูกทำโทษทางกายอย่างรุนแรงจากผู้ที่กำลังโกรธ จะทำให้เด็กเติบโตเป็นคนที่ใช้ความรุนแรงกระทำต่อผู้อื่น  ดังนั้น พ่อแม่จึงควรสั่งสอนลูกให้รู้ถูกผิด ด้วยหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน มีเหตุผลเสมอต้นเสมอปลาย อธิบายให้ลูกเกิดความเข้าใจและลงโทษโดยไม่ใช้ความรุนแรง  เมื่อลูกทำสิ่งที่ดีงามก็ให้กำลังใจ แสดงความชื่นชม จะทำให้ลูกไม่สับสน เรียนรู้ที่จะเลือกว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ สามารถแก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง ทำให้เติบโตขึ้นเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและชุมชน
   
-พ่อแม่ และสมาชิกในครอบครัวที่ร่วมกันเลี้ยงดูเด็กอย่างสม่ำเสมอ จะสนิทสนมและผูกพันกับเด็กก่อ ให้เกิดความรักและเอื้ออาทรต่อกัน ถือเป็นการสร้างเสริมพื้นฐานที่มั่นคงทางจิตใจและบุคลิกภาพให้กับเด็ก พ่อมีบทบาทสำคัญต่อลูกชายและลูกสาว ในด้านดูแลความเป็นอยู่ ให้การศึกษา ให้การดูแลสุขภาพ เป็นแบบอย่างและเป็นหลักประกันของความมั่นคง ปลอดภัยให้กับลูก พ่อจึงเป็นกำลังสำคัญในการอบรมเลี้ยงดูลูก โดยเฉพาะเมื่อแม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมลูกคนเล็ก

© Baansalaya
 
© Baansalaya
© Baansalaya

อ้างอิง  http://www.factsforlifethai.cf.mahidol.ac.th/learning/support01.php

 

 

 

 

 

view