Cart รายการสินค้า (0)

ลักษณะเฉพาะของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์

ลักษณะเฉพาะของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์

Paul Torrance ได้กล่าวถึงลักษณะเฉพาะของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ไว้ดังนี้

ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบคิดอย่างไม่มีขอบเขต ชอบถามคำถามอยู่ตลอดเวลา มีความสนใจในสิ่งที่แปลก

ไม่เป็นเช่นปกติ และไม่รู้ว่าเป็นอะไร และคำถามที่ถามอาจทำให้ผู้ใหญ่บางคนรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญใจ ตัวอย่าง Einstein ชอบถามคำถาม

ที่ครูตอบไม่ได้อยู่เรื่อยๆ เช่น ทำไมเราจึงไม่รู้สึกว่าโลกหมุน? อวกาศคืออะไร? วัตถุเป็นพลังงานได้หรือไม่? คำถามเหล่านี้ทำให้ครูและพวกเพื่อนๆ ไม่ชอบเขา

เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์เรียนรู้รูโหว่ในความรู้ของเขาอย่างรวดเร็ว และมีความต้องการที่จะปิดรูโหว่เหล่านี้จนบางทีดูเหมือนเป็นการรบกวนผู้ใหญ่

ความคิดแบบลู่ออก (Divergent thinking) JP Guilford พบลักษณะถาวรอย่างหนึ่งของบุคลิกภาพที่เรียกว่า ความคิดแบบลู่ออก

ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความคิดสร้างสรรค์ เด็กที่มีความคิดแบบนี้จะพยายามแสวงหาคำตอบที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับคำตอบเพียงอย่างเดียว ตรงกันข้ามกับ

ความคิดแบบลู่เข้า (convergent thinking) เด็กที่มีความคิดแบบนี้จะพยายามหาคำตอบที่ถูกต้อง เพียงอย่างเดียวสำหรับคำถามนั้นๆ ประสบการณ์การเรียนรู้

ของเด็กส่วนมาก ต้องการความคิดแบบลู่เข้า แต่ในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เด็กจะต้องสัมผัสกับ การเรียนรู้ที่อาศัยความคิดแบบลู่ออก

ความต้องการที่จะเผชิญกับการท้าทาย และพยายามทำงานเฉพาะที่ยาก (A need to meet challenges and attempt difficult tasks)

เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์อาจเสียเวลานานในการตอบคำถาม และหารายละเอียดในบางเรื่อง เขาจะยึดแน่นอยู่กับงานเฉพาะที่ยาก และบางครั้งเสี่ยงต่ออันตราย

และไม่สนใจความจริงที่ว่าพวกเขาถูกมองว่าแตกต่างไปจากคนอื่น คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เช่น Benjamin Franklin หรือ Wilbur และ Orville Wright มีความพยายาม

อย่างไม่ลดละเพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ สมัยที่เป็นเด็ก Franklin เกือบจมน้ำเสียชีวิต เมื่อเขาทำการทดลองกับว่าวที่ได้รับการออกแบบให้ดึงเข้าไปในขณะที่

ลอยตัวอยู่ในน้ำ ส่วน Wright เคยใช้ว่าวที่ทำเป็นกล่องขนาดใหญ่ลอยตัวอยู่ในท้องฟ้า และครั้งหนึ่ง Orville เคยประสบอุบัติเหตุจากการเล่นว่าวแบบนี้

ความซื่อสัตย์และการแสวงหาความจริง (Honesty and searching for the truth) เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีนิสัยซื่อสัตย์และชอบแสวงหาความจริง

โดยไม่สนใจต่อความกดดันอื่นๆ เขาเป็นตัวของเขาเองในเรื่องความจริง และดูเหมือนไม่มี ผลกระทบอะไรเมื่อเขากลายเป็นคนที่อยู่ในพวกกลุ่มน้อย

ชอบติดตามหาคำตอบที่ใหม่ แม้ว่าจะได้รับความกดดันทางสังคม ให้ยอมรับ คำตอบที่มีอยู่แล้ว ฉะนั้นผลสุดท้ายเขาจะกลายเป็นพวกกลุ่มน้อยที่พยายามท้าทาย

และหาคำตอบใหม่จนคนอื่นๆ ที่อยู่ล้อมรอบเขา ไม่ยอมเปิด โอกาสให้ทำเช่นนั้น มักประสบกับความยากลำบากเมื่อเขาต้องการที่จะทำการสำรวจบางอย่างต่อ

แต่ผู้ใหญ่กลับบอกให้เขาหยุด เขาก็ยังต้องการบอกผู้ใหญ่ให้รู้ในสิ่งที่เขาเชื่อว่าถูกต้อง แม้ว่าจะได้รับผลที่ไม่ดีตามมา

ปัจเจกภาพ (Individuality) เด็กกลุ่มนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากเด็กกลุ่มอื่น เพราะว่าเขาชอบหมกมุ่นอยู่กับคำถามหรือปัญหา แม้ว่าเขาพยายามทำตัวไม่ให้แตกต่าง

ไปจากคนอื่น แต่เขาก็ต้องการความเป็นตัวเองส่วนบุคคล เพื่อติดตามแนวคิดสร้างสรรค์ของเขา ผู้ใหญ่ส่วนมากมักอดทนไม่ค่อยได้ในความเป็นส่วนตัวเช่นนี้

แม้ว่าเด็กพวกนี้จะทำในสิ่งที่สังคมยอมรับ เช่น การทำงานหนัก การมีความ รับผิดชอบสูง แต่อาจได้รับคำวิพากวิจารณ์จากผู้ใหญ่ และเพื่อนรุ่นเดียวกัน

เมื่อเข้าเรียนในชั้นประถมเด็ก ที่มีความคิด สร้างสรรค์สูง มักจะรู้สึกแตกต่างและแยกตัวเองจากคนอื่น

อ้างอิงจาก : http://www.novabizz.com/NovaAce/Intelligence/Creative_Thinking_Developing.htm

view